<4 ขอ 4 จะ 4 ไม่>
ตำรวจหน้าห้อง ผบก.ภ.จว. อุบลราชธานี เข้ามาบอกผมในห้องทำงานว่า <ท่านครับ ผู้การฯ ให้ไปพบบอกว่ามีเรื่องด่วน>
ผมออกจากห้องไปพบ ผบก.ฯ ที่ห้องทำงาน มี รอง ผบก. คนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว
ผบก.ฯ ถามหลังจากที่ผมนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานท่าน <พี่รู้ข่าวนายกฯ ภิสิทธิ์กับคณะ จะมาอุบลฯ มั้ยครับ>
ผมตอบว่า <ทราบครับ อุบลฯ มี 2 ที่หมายคือ อ.นาตาล กับ อ.ม่วงสามสิบ ครับ> ผมตอบ ผบก. ไป
ผบก.ฯ พูดกับว่า <พี่ไปอยู่จุดม่วงสามสิบนะ ตรงนั้นเป็นรอยต่อจังหวัด จะมีมวลชนมามาก ทั้งในจังหวัดและอีสานเหนือ ส่วนรองฯ <ชี้มือไปที่ รอง ผบก. ที่นั่งอยู่ก่อน> ผมจะให้ไปอยู่จุดนาตาล เพราะเป็นชายแดนจังหวัด เส้นทางไกลมวลชนคงไม่ไป พี่ช่วยรับหน่อยนะ>
รอง ผบก.ฯ ที่นั่งอยู่ก่อนยิ้มกริ่ม เพราะคงพูดคุยกับ ผบก.ฯ ไว้ก่อนแล้ว
ผมรับคำสั่งเสร็จ ก็ออกจากห้องทำงาน ผบก.ฯ เดินยิ้มสบายใจ เพราะผมวิเคราะห์สถานการณ์ตามความเป็นจริงทันที
สวนทางกับ พ.ต.อ.องอาจ ผิวเรืองนนท์ รอง ผบก.ฯ รุ่นใหญ่ ได้ทักผมว่า <ยิ้มอะไรวะไอยศูรย์>
ผมตอบไปว่า <นายกฯ อภิสิทธิ์กับคณะมา ผู้การฯ ให้ผมไปอยู่ที่จุด อ. ม่วงสามสิบครับ>
พ.ต.อ.องอาจ มองหน้าผมแบบสงสัย พูดว่า <มีงยิ้มออกหรือวะ ตรงนั้นวุ่นวายแน่ทั้งมวลชนในจังหวัดและต่างจังหวัด มันเป็นอำเภอรอยต่อนะ>
ผมตอบว่า <ถ้าพี่อยากรู้ว่า มวลชนคิดอย่างไร พี่ก็ต้องทำตัวทำใจให้เป็นคนแบบมวลชน ผมคิดว่า ถ้าผมเป็นมวลชนที่จะมาต่อต้านนายกฯอภิสิทธิ์กับคณะ ผมจะไปที่ อ.นาตาล เพราะภารกิจนายกฯ ที่นั่นคือมอบเงินช่วยเหลือเยียวยานางไฮ ขันจันทา บ้านห้วยละห้า จำนวนสี่ล้านเก้าแสนบาท ชาวบ้านที่อยากจะได้เงินแบบ นางไฮ ก็จะพากันออกมาเรียกร้อง นอกจากนั้น นายกฯ จะถ่ายทอดสดทางทีวี รายการ นายกฯ พบประชาชนที่นั่นอีก สื่อมวลชนทุกแขนงจะต้องไปทำข่าว เนื่องจากเป็นภารกิจแรกของนายกฯ กลุ่มมวลชนจะต้องไปชุมนุมที่นั่น เพราะเป็นข่าวแน่นอน>
พ.ต.อ.องอาจ พยักหน้าเข้าใจแต่ก็ยังถามอีกว่า <แล้วม่วงสามสิบจะทำยังไง มาเยอะแน่ รับไหวหรือ>
ผมอธิบายว่า <ผมจะประสานแกนนำกลุ่มมวลชนทั้งหมด ขอร้องไม่ต้องไปม่วงสามสิบและจะขอให้ประสานมวลชนต่างจังหวัดด้วยว่าไม่ต้องไปม่วงสามสิบ เพราะถ้ามวลชนในจังหวัดไม่มา แต่มวลชนต่างจังหวัดมา มวลชนในจังหวัดเสียชื่อแน่ ส่วนตัวผม จะลงไปพบชาวบ้านในพื้นที่เอง
เพื่อสร้างความเข้าใจ>
พ.ต.อ.องอาจ พูดว่า <อืม เชื่อมือ ๆ>
พูดจบแล้วเดินแยกไป ส่วนผมขึ้นไปห้องทำงาน รีบโทรศัพท์ประสานแกนนำมวลชนทุกกลุ่มในจังหวัด ได้รับความร่วมมือด้วยดี รวมทั้งขอให้ประสานมวลชนต่างจังหวัดด้วย ผมประทับใจในน้ำใจและความจริงใจที่แกนนำมวลชน มีต่อผมมาก
อีกประมาณครึ่งชั่วโมงเศษ รอง ผบก.ฯ ที่ต้องไป อ.นาตาล มาพบผมที่ห้องทำงาน และขอเปลี่ยนจุดกับผม จากนาตาลเป็นม่วงสามสิบ แต่ผมปฏิเสธและบอกว่า ผมได้ประสานไว้หมดแล้ว
ก่อนนายกฯ อภิสิทธิ์ จะมาสองสามวัน พล.ต.อ.วิเขียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง มาประชุมที่ ภ.จว.อุบลราชธานี มี พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.3 รอง ผบช.ภ.3 ผบก.ภ.จว. อุบลราชธานี รอง ผบก.ภ.จว. อุบลราชธานี และผู้เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุม
สรุปภารกิจนายกฯ อภิสิทธิ์ คือ วันเดียว 4 ภารกิจ
โดยภารกิจแรก เปลี่ยนจาก อ.นาตาล เป็น อ.พิบูลมังสาหาร จว.อุบลราชธานี
ภารกิจที่สอง ไปที่ จว.ยโสธร
ภารกิจที่สาม ไป อ.ม่วงสามสิบ จว.อุบลราชธานี
และภารกิจสุดท้าย ไป จว.อำนาจเจริญ
ทั้ง 4 ที่หมาย อยู่ในความรับผิดชอบของ ภ.3
ผมมีกำลังพลสนับสนุนการปฏิบัติ จาก สภ.ม่วงสามสิบ และ สภ.ตระการพืชผล
ก่อนนายกฯ อภิสิทธิ์ มาหนึ่งวัน ผมไปประชุมชี้แจงภารกิจกำลังพลทั้งหมด ที่ สภ.ม่วงสามสิบ แล้วไปประชุมวางแผนคัดกรองบุคคล ร่วมกันกับฝ่ายปกครอง และไปพบปะชาวบ้าน สร้างความเข้าใจ จากนั้นนอนเฝ้าพื้นที่
วันสำคัญมาถึง ภารกิจแรกของนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ อ.พิบูลมังสาหาร มีมวลชนเสื้อสีจำนวนมากพากันไปชุมนุม พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. ลงมาดูแลด้วยตนเอง นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ อยู่ที่นี่กันหมด มีความวุ่นวายเกิดขึ้น พังป้าย พลิกรถตำรวจ
นายกฯ อภิสิทธิ์และคณะ จึงรีบขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปที่ จว.ยโสธร ทราบว่า ถูกชุมนุมต่อต้านจากมวลชนเสื้อสีอีกเช่นกัน
มี รองผบก.ฯ สองคน ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ อ.พิบูลมังสาหารโทรศัพท์มาหาผม
คนแรก พ.ต.อ.บุญยศ บุญไพศาล <พี่ระวังนะ มันพยายามจะบุกเข้าไปหานายกฯ แต่เข้าไม่ถึง พี่โดนถล่มแน่>
คนที่สอง พ.ต.อ.เกษมศักดิ์ หะซะนี <ที่พวกมันรับปากพี่ไว้ โกหกตอแหลทั้งนั้น พี่เละแน่ผมมั่นใจ>
ทั้งสองคน คงเป็นห่วงผม
ขณะที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ จว.ยโสธร ผมได้โทรศัพท์รายงานถึงสถานการณ์ ที่ อ.ม่วงสามสิบให้ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภ.3 ทราบ และยืนยันว่าไม่มีมวลชนมาต่อต้านแน่นอน
พล.ต.ท.กฤษฎา บอกว่า <ผมเชื่อถือคุณนะ งั้นผมไม่เข้าม่วงสามสิบ จะไปรอนายกฯ ที่ อำนาจเจริญเลย>
ณ ที่หมาย อ.ม่วงสามสิบ นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติภารกิจและพบปะชาวบ้านด้วยความสบายใจ เพราะไม่มีมวลชนมาต่อต้าน
นายสาธิต วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี พานายทหารยศ พ.อ. กับ ร.อ.หญิง ไปพบนายอำเภอ ไม่ทราบว่าพูดกันเรื่องอะไร แต่นายอำเภอชี้มาทางผม นายสาธิตพร้อมนายทหารชายหญิงจึงเดินมาถามผมว่า <ท่านทำยังไง วิธีการไหน ถึงไม่มีมวลชนมาต่อต้าน>
ผมอธิบายไปว่า <ผมประสานงานแกนนำมวลชน สร้างความเข้าใจกับชาวบ้านและมีการขั้นตอนการคัดกรองคนครับ>
นายสาธิต ให้นายทหารหญิง จดขั้นตอนวิธีการปฏิบัติและชมเชยไม่ขาดปาก
นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี อยู่จนเกินเวลาตามกำหนดการไปถึงประมาณ 45 นาที จึงขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ไปที่หมายสี่ จว.อำนาจเจริญ ทราบว่ามีมวลชนต่อต้านเช่นกัน
หลังจากเสร็จภารกิจ ผมพูดขอบคุณ ผกก.สภ.ม่วงสามสิบ และ ผกก.สภ.ตระการพืชผล พร้อมกำลังพลทุกนาย ที่ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่ตามแผนการขั้นตอนที่ผมมอบหมายให้ด้วยความตั้งใจและอดทนจนสำเร็จด้วยดี
พล.ต.ต.อำนวย มหาผล รองผบช.ภ.3 พูดกับผมว่า “Smooth as Silk”
นายชวน ศิรินันท์พร ผวจ.อุบลราชธานี พูดกับผมว่า <ขอบคุณมาก ท่านรองฯ ไอยศูรย์ ที่ช่วยกู้หน้าอุบลฯ เอาไว้>
พ.ต.อ.บุญยศ รอง ผบก.ฯ ได้โทรศัพท์มาหาผมช่วงหัวค่ำอีกว่า <ที่เขาไม่ไปบุกม่วงสามสิบ เพราะเขาเหนื่อยจากการบุกที่พิบูลฯ พี่เลยรอดตัวไป>
ต่อมาในที่ประชุมบริหารระดับหัวหน้าสถานีตำรวจ พล.ต.ต.ศักดา เตชะเกรียงไกร ผบก.ฯ ประธานในที่ประชุม พูดว่า <ท่าน พล.ต.อ.ปทีป รรท.ผบ. ตร. ฝากชมเชยมาว่า ตำรวจอุบลฯ เข้มแข็งมากสามารถยันกับมวลชนได้เป็นชั่วโมง> แล้วก็พูดเรื่องอื่น ๆ ต่อ
เมื่อถึงคิวผมพูด <ผมมีเรื่องเตรียมมาพูดหลายเรื่อง แต่วันนี้จะขอพูดเรื่องเดียว คือวันที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ไปปฏิบัติภารกิจที่ อ.ม่วงสามสิบ ผมได้รับความร่วมมือจาก ผกก. สภ.ม่วงสามสิบ และ ผกก. สภ.ตระการพืชผล รวมทั้งกำลังพลทุกนายเป็นอย่างดี จากการประสานงานกับแกนนำมวลชนเสื้อสี ทำให้ไม่มีมวลชนเสื้อสีมาชุมนุมต่อต้านแม้แต่คนเดียว>
ผมพูดด้วยท่าทีจริงจัง พลางกวาดสายตาไปยังทุกคนในห้องประชุม แล้วพูดต่อ <อย่าว่าแต่เสื้อแดงเลยครับมดแดงสักตัวก็ยังไม่มี>
พลันก็มีเสียงปรบมือจากบรรดานายตำรวจหัวหน้าโรงพักดังลั่นห้องประชุมยาวนาน ทุกคนส่งยิ้มมาทางผมเพราะรู้เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ดี และรู้ว่าใครเป็นใคร พฤติกรรมเป็นอย่างไร
จนผมพูดว่า <ขอบคุณครับ> เสียงปรบมือจึงหยุดลง
นึกถึงบทประพันธ์อมตะของหลวงวิจิตรวาทการว่า
อันที่จริง
คนเขาอยาก
ให้เราดี
แต่ถ้าเด่นขึ้น
ทุกที
เขาหมั่นไส้
จงทำดี
แต่อย่าเด่น
จะเป็นภัย
ไม่มีใคร
อยากเห็น
เราเด่นเกิน
และนึกถึงตอนไปปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์นานาชาติ จำบทกวีที่หลวงพ่อพุทธทาสเขียนไว้ได้สองบรรทัด ลืมไปสองบรรทัด
ทำงานเพื่องานบันดาลผล
ทำดีเพื่อดีดลผลให้
ผมยกมือไหว้ท่วมหัว แต่งต่ออีกสองบรรทัด
ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่อย่างจริงใจ
ทำสิ่งใดให้มีธรรมชี้นำทาง
เมื่อเลิกประชุม กลับไปที่ห้องทำงาน ผมฮัมเพลงความฝันอันสูงสุด ช่วงเนื้อเพลง 4 ขอ 4 จะ 4 ไม่ ในลำคอเบา ๆ
<ขอฟันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทนง
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะผิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา
ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป
นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง…….>
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















