<หน้าที่กับศีลธรรม>
คนทุกคน ทุกชนชั้น ทุกอาชีพ ย่อมมีหน้าที่ มีบทบาท ที่แตกต่างกันไป
ถ้ามีศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมกำกับการทำหน้าที่และบทบาท ก็จะยิ่งมีความเจริญงอกงาม ทั้งกับตนเองและผู้อื่น
มีตำรวจหนุ่มสองนาย สมมติว่าชื่อดำกับขาว จบจากโรงเรียนตำรวจพร้อมกัน ทำงานอยู่โรงพักเดียวกัน มีความขยันขันแข็งในการปฏิบัติหน้าที่เหมือนกัน สารวัตรใหญ่หัวหน้าโรงพักพอใจและชื่นชมมาก ถึงขนาดพูดว่า
<คุณสองคนต้องได้สองขั้นหนึ่งคน>
แต่ตำรวจหนุ่มทั้งสองนาย ก็ไม่เคยคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น กลับช่วยกันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
วันหนึ่งตำรวจดำกับขาว ได้รับคำสั่งให้ไปตรวจตราในหมู่บ้านชานอำเภอ ระหว่างเดินตรวจอยู่ก็มีชายขี้เมากลิ่นเหล้าเหม็นคลุ้งเข้ามาหา และพูดว่า

<ตำรวจ ผมขอแจ้งว่า บ้านนั้นต้มเหล้าเถื่อน>
ทำท่าชี้มือไปที่บ้านเรือนไม้ยกพื้นใต้ถุนสูงเก่า ๆ หลังหนึ่ง แล้วก็เดินจากไป
ตำรวจดำกับขาวมองหน้ากัน ปรึกษากันสักครู่หนึ่งแล้วเดินไปหยุดยืนหน้าบ้านเรือนไม้ใต้ถุนสูงนั้น
ตำรวจขาวตะโกนดัง ๆ ว่า
<มีใครอยู่บ้านมั้ย ผมเป็นตำรวจ ขอคุยด้วย>

ตะโกนไปสองสามครั้งก็มีหญิงสาวนุ่งผ้าถุงอุ้มท้องโย้ เดินออกมาที่ชานบ้าน พูดว่า
<มีอะไรคะคุณตำรวจ ฉันอยู่บ้านคนเดียว ผัวไปทำงาน>
ตำรวจดำพูดว่า
<มีคนแจ้งว่าบ้านคุณต้มเหล้าเถื่อน จริงมั้ย>
หญิงสาวท้องโย้ตอบว่า
<จริงจ้ะ ฉันต้มเองแหละจ้ะ>

พูดเสร็จก็ไปหยิบเอาเหล้าเถื่อนที่วางอยู่ในครัวออกมา 2 ขวด ให้ตำรวจดู แล้วพูดต่อไปอีกว่า
<ฉันทำแค่นี้จ้ะ เพื่อเอาไว้ล้างแผลเวลาคลอด>
ตำรวจขาวถามต่อว่า
<ทำไมต้องใช้เหล้าเถื่อนล้างแผลด้วย ทำไมไม่ไปที่อนามัยหรือโรงพยาบาล>
หญิงสาวท้องโย้ตอบว่า
<หมู่บ้านฉันไม่มีที่ทำการอนามัย ห่างไกลโรงพยาบาล คนที่นี่เวลาคลอดลูกจะอาศัยหมอตำแยและใช้เหล้าต้มเองล้างแผลตอนคลอดจ้ะ>
สองตำรวจหนุ่มหันหน้าปรึกษากัน และพากันไปหาผู้ใหญ่บ้านสอบถามข้อมูล ก็เป็นจริงดังหญิงท้องโย้ว่า
ต่อไปนี้คือการตัดสินใจ

ตำรวจดำ
<ถึงอย่างไร เหล้าเถื่อนก็ผิดกฎหมายอยู่ดี ต้องจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย>
ตำรวจขาว
<ผู้ใหญ่บ้านก็ยืนยันแล้วนี่ว่าที่นี่ไม่มีอนามัย ห่างไกลโรงพยาบาล ชาวบ้านแถบนี้ยากจน ต้องคลอดโดยหมอตำแยและใช้อัลกอฮอล์ของเหล้าล้างแผล ถึงแม้จะเป็นเหล้าเถื่อนก็เถอะ เพื่อเห็นแก่คุณธรรมอย่าจับเลยนะ>
ตำรวจขาวร่ายยาวด้วยความเห็นอกเห็นใจชาวบ้าน
ตำรวจดำกับตำรวจขาวถกเถียงเหตุผลกันสักพักหนึ่ง ก็ได้บทสรุปว่า
ตำรวจดำ <จะจับ เพราะทำตามหน้าที่>
ตำรวจขาว <จะไม่จับ เพราะเห็นแก่คุณธรรมและเข้าใจวิถีชีวิตชาวบ้าน>
สุดท้ายตำรวจดำจับหญิงสาวท้องโย้ไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ลงชื่อในบันทึกการจับกุมเพียงคนเดียว
สารวัตรใหญ่เรียกตำรวจดำไปพบ และพูดว่า
<ถ้ากรมตำรวจ มีตำรวจที่รักษากฎหมายอย่างจริงจังและเคร่งครัดแบบคุณ โจรผู้ร้ายจะไม่มี ดีมาก>
เมื่อตำรวจดำออกจากห้องไปแล้ว สารวัตรใหญ่ก็เรียกตำรวจขาวเข้ามา และพูดว่า
<ถ้ากรมตำรวจ มีตำรวจที่มีคุณธรรมน้ำใจอย่างคุณ ชาวบ้านประชาชนจะรักตำรวจ ดีมาก>
ลองเดาด้วยเหตุผลซิว่าใครจะได้สองขั้น ระหว่าง ตำรวจดำผู้ทำหน้าที่ กับตำรวจขาว ผู้มีคุณธรรม
และถ้าท่านเป็นตำรวจ ท่านอยากเป็นแบบ ตำรวจดำ หรือตำรวจขาว

ผมเล่าเรื่องนี้ให้ตำรวจฟังหลายหลักสูตร ทั้งชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวน มีข้าราชการหลายหน่วยงานเข้าร่วมอบรมด้วย เมื่อผมถาม
คำตอบ 99.99 % ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า
<อยากเป็นเหมือนตำรวจ..>มีเพียง 00.01 % เท่านั้นที่ตอบว่า
<อยากเป็นเหมือนตำรวจ..>
ผมเคารพในความคิดของทุกคน เพราะ หลายครั้งหลายหนที่ <หน้าที่กับศีลธรรม> เดินสวนทางกัน
ทำอย่างไร ที่จะทำให้ทั้งหน้าที่และศีลธรรม เดินคู่กันไปได้ในการทำงาน เพราะนั่นหมายถึงผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง
<ป.ล.>
เรื่องนี้ผมเขียนขึ้นจากใจ โดยเค้าโครงเรื่องนี้มาจากเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งที่ท่าน พ.ต.ท.ปกรณ์ ปิ่นเฉลียว นายตำรวจนักประพันธ์ได้เขียนไว้ ผมอ่านเป็นหนังสือนอกเวลาเรียน สมัยมัธยมต้น
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















