<เซียมซี สายฟ้า น้ำศักดิ์สิทธิ์>
เรื่องจริงที่ผมเจอ จำได้ด้วยหัวใจ แม้ตายก็ไม่ลืม
<เซียมซี>
<สมเด็จพระนเรศวรมหาราช>
ปี พ.ศ. 2517 ผมสอบเข้าเป็น นรต. ติดสำรองอันดับที่ 1 สายตำรวจ
มีผู้หลักผู้ใหญ่บางคนแนะนำว่า
<อยากเป็นนายตำรวจ นายทหาร ให้ไปอธิษฐานขอพรต่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระมหากษัตริย์ยอดนักรบ>
ปี พ.ศ. 2518 ผมไปที่ จ.พิษณุโลก ไหว้พระพุทธชินราช อธิษฐานขอพร แล้วเสี่ยงเซียมซี ได้หมายเลข 5
และไปไหว้พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเศวรมหาราช ที่อยู่ใกล้ ๆ กัน อธิษฐานขอพร เสี่ยงเซียมซี ได้หมายเลช 5 เหมือนกัน
ข้อความในใบทำนายเหมือนกัน และค่อนข้างดีมาก มีกำลังใจขึ้นอักโข
และปี พ.ศ. 2518 นั้นเอง ผมสอบเข้าเป็น นรต.รุ่นที่ 32 ได้เป็นตัวจริง
…………………….
<สายฟ้า>
<สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช>
วันที่ 10 ม.ค. ปี พ.ศ. 2557 ผมเป็น ผบก.ประจำ บช.ตชด. ได้รับคำสั่งให้ รรท. ผบก.น.8
ผมออกตรวจเยี่ยมด่านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ พลเรือน ในเขตพื้นที่
พลบค่ำวันนั้น ผมอยู่บริวณพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่
มีลมพัดแรงอื้ออึงอึง ฟ้าร้อง ฟ้าแลบแปลบปลาบ
สายฟ้าแสงเจิดจ้า ได้พาดผ่านท้องฟ้าเป็นแนวหยักไปหยักมา จากบนลงมาล่างเต็มไปหมด ฝนกำลังจะตก
ผมถอดหมวกเครื่องแบบออก ยกสองมือพนมไหว้ไปที่พระบรมราชานุสาวรีย์ พูดเบา ๆ ว่า
<ลูกมารักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 ขอบารมีพระองค์ปกป้องและคุ้มครอง ลูกขออนุญาตถ่ายภาพพระบรมราชานุสาวรีย์ ไว้เป็นที่ระลึก ด้วยความเคารพบูชา ขอพระองค์ทรงเมตตาอนุญาตด้วยครับ>
ผมลงท้ายคำพูดด้วยคำว่าครับ จริง ๆ ครับ
จากนั้น ผมยกโทรศัพท์มือถือส่วนตัว ใช้แอปกล้องถ่ายรูป กดบันทึกภาพไป 1 ครั้ง
คิดในใจว่า สายฟ้าอันเจิดจ้าที่พาดผ่านลงมาจำนวนมากนั้น จะเป็นภาพประกอบอันวิจิตรตระการตา สวยงามตามธรรมชาติ
เมื่อเปิดดูภาพในกล้องโทรศัพท์ ผมอุทานด้วยความแปลกใจ จนถึงกับขนลุกซู่
เพราะภาพที่ปรากฏนั้น เป็นภาพพระบรมราชานุสาวรีย์ ที่มีสายฟ้าเพียงเส้นเดียว และสายฟ้าเส้นนี้ ไม่ได้พาดผ่านจากบนลงล่างเหมือนที่เห็นเป็นจำนวนมากแต่เป็นสายฟ้าที่พาดผ่านเป็นแนวขวาง ผ่านปลายพระแสงดาบที่ชูขึ้น
ด้านมุมบนขวาของภาพ ก็มีเส้นสีขาวโค้งหยักไปมา เหมือนคน 4 คน ฤาจะเป็น 4 ทหารเอกของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ตำรวจลูกน้องได้ยินเสียงอุทานของผม จึงถามผม
ผมให้ทุกคนดูภาพในกล้องโทรศัพท์
เมื่อเห็นภาพ ทุกคนถอดหมวกยกมือไหว้ไปทางพระบรมราชานุสาวรีย์ พากันพูดถึงพระบารมีของพระองค์และขอให้ผมส่งภาพให้ทางไลน์
ต่อมาผมนำภาพนี้ไปขยาย ใส่กรอบรูป แจกจ่ายไปทุก สน.ในเขตปกครอง
…………………….
<น้ำศักดิ์สิทธิ์>
<ตอนที่ 1>
<บ่อน้ำวัดบางกะจะ>
<สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช>
ปี พ.ศ. 2560 ผมไปวัดบางกะจะ อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งตามประวัติ เป็นวัดที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้สร้างพระยอดธงขึ้น แจกจ่ายแก่เหล่าแม่ทัพนายกอง ทหารหาญ ทั้งหลาย ก่อนที่จะเข้าตีเมืองจันท์
มัคทายกของวัดได้พาผมไปไหว้พระเจดีย์ เชื่อกันว่า มีพระยอดธงที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสร้างบรรจุอยู่ภายใน
มีการเฝ้าระวัง มีกล้องวงจรปิดติดโดยรอบ
โดยส่วนตัวผมมีอยู่ 1 องค์
จากนั้นมัคทายกพาผมไปที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ใช้เป็นน้ำพระพุทธมนต์ทำพิธี
บ่อน้ำนี้ เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ในพระราชพิธีปัจจุบัน
ลักษณะเป็นบ่อสี่เหลี่ยมโบกปูน น้ำในบ่อใส แต่เป็นบ่อเปิด มีเศษใบไม้ ฝุ่นละอองลอยอยู่เต็มไปหมด ผมใช้ถังที่มัคทายกเอามาให้ มีเชือกร้อยกับหูถัง หย่อนถังลงไปตักน้ำขึ้นมา ล้างหน้า ลูบหัว ลูบตัว เพื่อความเป็นศิริมงคล แต่ไม่กล้าดื่ม เพราะมีศษใบไม้ ฝุ่นละอองดังที่กล่าวมา
ผมเอาขวดน้ำเปล่าของผม มาใส่น้ำจากบ่อด้วย เพื่อเอาไปเป็นน้ำมนต์ สำหรับแจกจ่ายญาติพี่น้อง
วางไว้ที่เบาะหลังรถ รวมกับขวดน้ำดื่มอีกหลายขวด
หลายวันต่อมา ผมขับรถจากโคราชจะไปหาแม่ที่ กทม.
ระหว่างทาง ผมรู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติที่เคย จึงแวะที่สวนอาหาร บ้านริมเขา จ.สระบุรี ซึ่งเป็นทางผ่าน
ผมจอดรถเสร็จ แต่ยังไม่ดับเครื่องยนต์ เอื้อมมือไปที่เบาะด้านหลัง เพื่อหยิบขวดน้ำดื่ม
หยิบมาได้ขวดหนึ่ง เปิดฝาออก ยกดื่มอย่างรวดเร็ว
พลันสายตาก็มองเห็นเศษใบไม้เล็ก ๆ ฝุ่นละออง เศษผง ลอยอยู่ในขวด
ผมหยุดดื่มและพิจารณาดู ทำไมน้ำดื่มผมเป็นอย่างนี้ แล้วก็ถึงบางอ้อ
ขวดน้ำที่ผมดื่มด้วยความกระหายหิวนั้น ที่แท้ก็เป็นขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากวัดบางกะจะนั่นเอง วางอยู่ข้าง ๆ ขวดน้ำดื่มที่เบาะหลังรถ
ผมเอื้อมมือไปหยิบโดยไม่ได้มอง และผมลืมไปแล้วว่า มีขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์วางอยู่ด้วย
ถ้าผมมองแต่แรก ก็คงหยิบขวดน้ำเปล่าธรรมดา เพราะไม่กล้าดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีเศษใบไม้ ฝุ่นละอองแน่
แต่เพราะไม่ได้มอง จึงหยิบขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์มาดื่ม
แปลกนะ
ไม่กล้าดื่มที่บ่อ แต่ก็มาดื่มบนรถจนได้ <ผมว่าเป็นบุญของผมครับ>
…………………….
<น้ำศักดิ์สิทธิ์>
<ตอนที่ 2>
<สระบาป>
<สมเด็จพระปิยะมหาราช>
ปี พ.ศ. 2561 ตามปกติ ผมจะใส่พระเครื่องติดตัวอยู่ตลอดเวลา
วันนั้นผมใส่พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน เลี่ยมทองหนากันน้ำ เป็นองค์ประธาน พระผงของขวัญหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ เลี่ยมทอง กันน้ำ อยู่ด้านหลังตรงต้นคอ
ผมไปเล่นน้ำตกพลิ้ว ที่ จ.จันทบุรี น้ำใสแจ๋ว เย็นยะเยือกจับใจ
แอ่งน้ำที่ผมเล่นน้ำอยู่ เรียกว่า <สระบาป>
คนที่เล่นน้ำอยู่ก่อนบอกว่า มาเล่นน้ำที่นี่บ่อย ๆ เพราะเป็นแอ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ในงานพระราชพิธี
มีประวัติบอกกล่าวว่า สมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 ก็เคยเสด็จมาสรงสนานน้ำที่แอ่งนี้
ถือกันว่า ถ้าจะอธิษฐาน ขอพร ก็ให้กลั้นหายใจดำน้ำ 3 ครั้ง
ผมคิดว่า ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ถ้าจะทำ จึงกลั้นหายใจดำน้ำ 3 ครั้ง อธิษฐาน ขอพรในใจ
เล่นน้ำต่ออีกสักพักก็ขึ้น เพราะน้ำเย็นมาก
พอกลับที่พัก ถอดสร้อยคอออกจะอาบน้ำ เห็นว่ามีหยดน้ำเกาะเป็นเม็ด ๆ อยู่ในพลาสติกด้านหน้าพระหลวงพ่อเงินเต็มไปหมด แต่ในพลาสติกด้านหลังองค์พระ ไม่มีน้ำแม้แต่หยดเดียว
นั่งมองดูด้วยความแปลกใจ
น้ำเข้ามาได้ยังไง ? เพราะเลี่ยมกันน้ำ
ถ้าเข้ามาได้ ทำไมในพลาสติกด้านหลังถึงไม่มีน้ำ
อีกหลายวันต่อมา น้ำในองค์พระหลวงพ่อเงิน ระเหยหายไปหมด ผมหาคำตอบไม่ได้
…………………….
<น้ำศักดิ์สิทธิ์>
<ตอนที่ 3>
<พิสูจน์>
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2564 เวลาประมาณ 18.30 น. เศษ หลังจากเดินออกกำลังกายเสร็จ
ระหว่างเดินผมก็คิดเรื่อยเปื่อยไป แบบสบายอารมณ์
แต่ก็ฉุกคิดแบบกระทันหันขึ้นมา เรื่องน้ำเข้าไปในพระหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน
ผมมีอ่างยางเล่นน้ำแบบสูบลม 3 ชั้น ขนาดใหญ่พอสมควร
พอเดินเสร็จ จึงสูบลมจนเต็ม แล้วเติมน้ำเข้าไปถึงชั้นที่ 2
ผมเอาพระรูปหล่อหลวงพ่อเงินบางคลานองค์เลี่ยมทององค์นั้นมาแขวนคอ แล้วไปนั่งแช่น้ำเล่น เอนตัวอยู่ในอ่างยางเล่นน้ำ
ระดับน้ำสูงท่วมองค์พระ โดยผมตั้งใจทำ
ผมเปิดโทรศัพท์มือถือ ฟังคลิปต่าง ๆ ที่มีคนส่งมา
ประมาณ 30 นาทีเศษ ผมขึ้นจากอ่างยางเล่นน้ำ
ผมเอาพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ขึ้นมาดู
ไม่มีน้ำเข้าไปในพลาสติกกันน้ำองค์พระเลย ไม่มีแม้แต่ละอองน้ำ
ผมคิดไปคิดมา ก็คิดว่าคงเป็นบุญของผมอีกนั่นแหละที่น้ำในแอ่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระบาป แอ่งน้ำที่สมเด็จพระปิยมหาราชเคยสรงสนานเข้าไปในกรอบพระกันน้ำของผมได้
แต่น้ำธรรมดาทั่วไป แช่เป็นครึ่งชั่วโมง ก็ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้
ที่เล่าเรื่องมาทั้งหมดนั้น
เซียมซี สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
สายฟ้า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
น้ำศักดิ์สิทธิ์ สมเด็จพระปิยมหาราช
ผมคิดเอาเองว่า คือ กฤษฎาภินิหารขององค์พระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงพระราชทานแก่ผู้ที่เคารพนับถือพระองค์
เป็นความเชื่อส่วนตัวครับ
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท
ป.ล.
ภาพนี้เป็นภาพจริงที่ผมถ่ายไว้ และนายตำรวจรุ่นน้องเป็นคนแต่งให้ชัดขึ้น


















