<ตำรวจคือ>
<หนังหน้าไฟ นายกันชน>

ทุกครั้ง ที่มีการชุมนุมของกลุ่มมวลชนเพื่อต่อต้านรัฐบาล เครื่องมือแรกที่รัฐบาลใช้คือ <ตำรวจ>
ตำรวจใหญ่ก็จะสั่งการลงไปจนถึงตำรวจน้อยเพื่อให้เป็นผู้ปฏิบัติ
รัฐบาลสั่งมาอย่างไร ก็จะต้องทำอย่างนั้น ถ้าไม่ทำ ตำรวจใหญ่ก็จะอยู่ไม่ได้ หรืออยู่ไม่ดี ไม่มีความสุข
ตำรวจใหญ่จึงไล่บี้ไล่บดตำรวจน้อยให้ทำ ตำรวจน้อยก็ทำ ทำ ทำ โดยไม่กล้าที่จะสอบถามว่า ทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งอย่างเดียว
แค่ตำรวจน้อยนายหนึ่ง ถ่ายรูปร่วมกับผู้ชุมนุม ยังโดนส่งกลับ โดนตั้งกรรมการสอบสวน จนตำรวจน้อยนายนั้น ต้องประกาศลาออกจากราชการ
มีเหตุการณ์หนึ่งในช่วงมีการชุมนุมใหญ่ เมื่อปี พ.ศ. 2556
ตำรวจ คฝ. กว่าสิบกองร้อย <คฝ.คือตำรวจควบคุมฝูงชน> รักษาการณ์อยู่ภายใน ตร. รวมทั้ง คฝ.ชัยภูมิ ของผมด้วย โดยพักอยู่ที่อาคารจอดรถ ข้างตึก ๑ ตร.

การชุมนุมครั้งนั้น ฝ่ายมวลชนมีการแบ่งกลุ่มออกเป็นสองฝ่าย คือฝ่าย <ราษฎร> ผู้ประท้วงเรียกร้อง กับฝ่าย <เสื้อสีเดียวกัน> เป็นผู้ประท้วงผู้ประท้วงเรียกร้อง
ครั้งหนึ่งฝ่าย <ราษฎร> ได้เอาสารพัดสีไปสาดใส่ป้ายของ สตช.
นัยว่าเพื่อเป็นการแก้แค้นที่ถูกฉีดน้ำผสมแก๊ส ผสมสี จนเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมดทั้งตัว
ผมเดินออกจากอาคารจอดรถ ไปที่พระบรมรูปรัชกาลที่ ๔ หน้าอาคาร ๑ ตร. แล้วเดินต่อไปที่กองรักษาการณ์เพื่อดูเหตุการณ์จะได้วิเคราะห์สถานการณ์ได้ถูก แต่ผู้บังคับบัญชา มีคำสั่งให้กลับเข้าที่ตั้งด่วน
ผ่านมาอีกวัน มีมวลชน <เสื้อสีเดียวกัน> มาทำความสะอาดป้ายของ สตช.
หมายความว่าอย่างไร
ตำรวจที่รู้เห็นเหตุการณ์นี้ รู้สึกยังไง ที่ตำรวจไม่ได้ทำความสะอาดป้ายชื่อบ้านตัวเอง แต่มีคนอื่นมาทำให้
ไปดูอีกจุดหนึ่ง ที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น ดินแดง มีการชุมนุมคัดค้านการเลือกตั้ง กลุ่มมวลชนที่คัดค้านได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ได้รับทราบข่าวทางวิทยุสื่อสารตำรวจว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกล้อมและถูกระดมยิงด้วยกระสุนจริง ตำรวจนายหนึ่งถูกยิง บ.ตร. ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อส่งไป รพ.ตร. เฮลิคอปเตอร์ก็ยังโดนยิง ในเวลาต่อมา ตำรวจนายนั้นได้ถึงแก่ความตาย
ผู้บังคับบัญชาจะเอากำลัง คฝ. บางหน่วยที่ตั้งอยู่ใน ตร. ไปช่วยที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง ผมอาสาเอา คฝ.ชัยภูมิ ไปด้วย แต่สุดท้ายมีการยกเลิกคำสั่ง สถานการณ์พลิกผันตลอดเวลา
คืนนั้น ผมไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพตำรวจที่โดนยิงตายด้วยใจหดหู่

ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงอีกสักเรื่องหนึ่ง
ช่วงปี พ.ศ.2553 มวลชนเสื้อสีแดง ชุมนุมประท้วงรัฐบาล ทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด
เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2553 เวลาประมาณ 18.00 น. เศษ คฝ.อุบลราชธานี ตั้งแถวหน้ากระดานสองแถว หันหลังชนกัน ที่แยกศาลาแดง ถนนสีลม
แถวที่หันหน้าไปทางพระบรมรูป ร.6 สวนลุมพินี เพื่อสังเกตุการณ์มวลชนเสื้อแดงที่ชุมนุมกันอยู่
อีกแถวหันหน้าเข้าหาถนนสีลม สังเกตุการณ์มวลชนเสื้อหลากสี ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับมวลชนเสื้อแดง
เวลาประมาณ 20.00 น. เศษ M.79 ถูกยิงมาโดนต้นไม้หน้าร้านกาแฟโอบ็องแป็ง ซึ่งตั้งอยู่บนทางเท้าถนนสีลม บริเณที่ คฝ.อุบลราชธานี ยืนกั้นมวลชนสองฝ่ายอยู่
ผลปรากฎว่า คฝ. บาดเจ็บสาหัส 1 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 80 กว่าคน เสียชีวิต 1 คน
คฝ. ที่บาดเจ็บสาหัสนั้น คือ ด.ต.ชาญชัย สายโน สภ.น้ำยืน จว.อุบลราชธานี ผมยืนอยู่หน้าแถว คฝ. เยื้อง ๆ กับ ด.ต.ชาญชัย นิดเดียว
สะเก็ดระเบิดชิ้นนั้น ถ้าพลาดจาก ด.ต.ชาญชัย ก็คงโดนหน้าท้องผมแน่นอน
นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จาก ภ.3 และนายทหารจาก ทภ.2 ต่างโทรศัพท์มาสอบถามผม
ไม่ได้สอบถามเหตุการณ์เรื่องระเบิด หรือเรื่องคนเจ็บ คนตาย แต่กลับถามว่า <ตำรวจอุบลฯ มีของดีอะไร>
ผมกำพระที่คล้องคออยู่แน่น ตอบไปสั้น ๆ ว่า <มีแต่ความดีครับ>

ต่อมาในเวลาประมาณ 23.45 น. เศษ มวลชนเสื้อหลากสี เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืดแขนสั้น แสดงกิริยาอาการอันเป็นการยั่วยุมวลชนเสื้อแดงอย่างชัดแจ้ง ตำรวจห้ามปรามก็ไม่ฟัง
คฝ.ตำรวจนครบาลชุดหนึ่ง จึงจะเข้าทำการควบคุมตัว แต่ชายหนุ่มมวลชนเสื้อหลากสีวิ่งหนีไปตามถนนสีลม คฝ.อุบลราชธานี 3 นาย ร่วมกันวิ่งตามไปสมทบเพื่อช่วย คฝ.ตำรวจนครบาล
ควบคุมตัวได้หรือไม่ได้ อย่าไปใส่ใจเลย
เพราะมันหลบหนีเข้าไปในแนวรั้วลวดหนามหีบเพลง ของหน่วยกำลังมีสีมีอาวุธที่ตั้งอยู่บนถนนนั้น แถม คฝ.ตำรวจนครบาล กับ คฝ.อุบลราชธานี ยังถูกพานท้ายปืนยาว กระแทกใส่อีกด้วย
เมื่อทราบข้อมูล ผมรีบโทรศัพท์รายงานเหตุให้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ทราบทันที
พล.ต.ต.อนุชัย เรียกหัวหน้าหน่วย คฝ. แต่ละชุดประชุมด่วน
ผมได้เสนอความเห็นด้วยคำพูดและความรู้สึกที่ค่อนข้างรุนแรงเพราะตำรวจถูกทำร้าย
<ทำไมระดับผู้บังคับบัญชาระหว่างหน่วย ถึงไม่พูดคุยกัน ถึงแนวทางปฏิบัติ เป็นหน่วยกำลังเหมือนกัน แต่เหมือนอยู่กันคนละฝ่าย>
พล.ต.ต.อนุชัย บอกว่าจะแก้ไขเหตุการณ์นี้เอง และบอกให้ผมใจเย็น ๆ

จากการที่ผมร่วมทำงานภาคสนาม ร่วมประชุม กับ พล.ต.ต.อนุชัย ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีมาก มีวิสัยทัศน์กว้างไกล บริหารงานอย่างสุขุมรอบคอบ กราบขออภัยท่านมา ณ ที่นี้ด้วย ที่วันนั้น ผมพูดด้วยอารมณ์
อยากจะสื่อให้ทุกท่านรู้ว่า สถานการณ์ต่าง ๆ นั้น มีความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของผู้ชุมนุมทุกฝ่าย รวมทั้งตำรวจ คฝ. ด้วย เครียดกันทุกคน
ยิ่งคนเป็นหัวหน้านำลูกน้องมาปฏิบัติหน้าที่ ยิ่งเครียด เพราะนอกจากจะทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงแล้ว ยังต้องกำกับควบคุมดูแลการปฏิบัติของ คฝ.ให้อยู่ในหลักสากล ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ต้องสร้างขวัญกำลังใจให้กับ คฝ. และที่สำคัญที่สุด ต้องอยู่เป็นแนวหน้ากล้าตายร่วมกับ คฝ.
นายตำรวจบางนาย ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาในภาคสนาม แต่โผล่หน้ามาตอนประชุม พูดจาโอหัง โต้กับผู้ปฏิบัติงานจริง ก็โต้กับผมนี่แหละ
มารู้ภายหลังว่า งานหลักเขาคือ เฝ้าบ้านผู้ใหญ่
คฝ. จริง ๆ นายกับลูกน้อง ต้องทำงานอยู่ด้วยกัน
ต้องไม่เป็นยาม เฝ้าบ้านผู้ใหญ่
ต้องไม่เป็นอีแอบ ชอบหลบ
ต้องไม่เป็นไอ้แอ๊ป ทำเป็นงง ๆ
และต้องไม่เป็นลา หาเหตุไม่อยู่
โดยหน้าที่ ตำรวจต้องวางตัวเป็นกลาง ด้วยความอดทนอดกลั้น แต่ควรเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กับหน่วยกำลังฝั่งเดียวกันด้วย
กับผู้ชุมนุนนั้น การเจรจา การสร้างความเข้าใจ กับแกนนำและผู้ชุมนุมทุกฝ่าย เป็นสิ่งที่ควรกระทำ
<รถยนต์> มีกันชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
<ตำรวจ> ในสถานการณ์การชุมนุม ก็ต้องเป็นกันชนของทุกฝ่ายเช่นเดียวกัน
แต่ถ้ามีคำสั่งให้ <ชน> เมื่อไหร่ ตำรวจใหญ่ช่วยกรุณาไตร่ตรอง ตำรวจน้อยเขาก็มีชีวิตจิตใจ มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกเมีย เหมือนตำรวจใหญ่
และที่สำคัญ ผู้ชุมนุมไม่ใช่ศัตรู ไม่ใช่โจรผู้ร้าย

ที่กล้าเขียน กล้าพูด กล้าเสนอ และกล้าแนะ เพราะผมเคยอยู่ในภาคสนามของการชุมนุมมาก่อน และเคยเป็นผู้นำในการปฏิเสธคำสั่งให้สลายการชุมนุม เมื่อต้นเดือน พ.ค. 2553 ด้วย พี่ เพื่อน น้อง ในห้องประชุม รู้เห็นกันทุกคน
<หนังหน้าไฟ>
ไปยืนกั้น
กันคนบุก
ตั้งแถวรุก
ร่นถอยรับ
ขยับท่า
ยุทธวิธี
มีโล่กระบอง
คล่องกายา
แต่หัวใจ
ใฝ่เมตตา
ไม่ท้าทาย
<เป็นกันชน>
จึงต้องทน
กระทบกระทั่ง
ทุกคำสั่ง
คือหน้าที่
ที่ใจสลาย
ในส่วนลึก
รักประชาชน
จนวันตาย
นี่คือคำ
พูดสุดท้าย
<นายกันชน>
ตำรวจเป็นเพียง
<หนังหน้าไฟ นายกันชน>
เท่านั้น
ผมเป็นอดีต
หนังหน้าไฟ นายกันชน มาก่อน
หลายม็อบ หลายรอบ และ
หลายรัฐบาล
ไม่เคยเป็นยาม
ไม่เคยเป็นอีแอบ
ไม่เคยเป็นไอ้แอ๊ป
และไม่เคยเป็นไอ้ลา
แม้แต่ครั้งเดียว
ขอบคุณผู้บังคับบัญชาทุกท่าน
ขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคน
ขอบคุณพี่น้อง คฝ. ทุกนาย
ที่เราได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน
<กำลังพลลลลลลล>

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















