<โชเฟอร์ใจดีกับทฤษฎีรถบัส>

มีทฤษฎีนอกกรอบวิชาการ อยู่ทฤษฎีหนึ่ง เคยสร้างความฮือฮาในกลุ่มคน โดยเฉพาะผู้รับราชการ กล่าวไว้ทำนองว่า
<จะขึ้นรถต้องมีตั๋ว ไม่มีตั๋วต้องมีตังค์ เพราะตังค์สามารถซื้อตั๋วได้ ถ้ามีทั้งตั๋วและตังค์เลือกที่นั่งได้เลย ไม่มีตั๋วไม่มีตังค์ ก็ยืนรอข้างทางไปก่อน
จนกว่าจะมีโชเฟอร์ใจดีมารับไป>
ผมไม่เชื่อในทฤษฎีนั้น ผมไม่เคยมีตั๋ว และไม่ต้องการซื้อตั๋ว
เพราะรถบัสเป็นรถของหลวง ต้องบริการคนของหลวงอยู่แล้ว
คนอยากขึ้นรถก่อนคนอื่น เอาตังค์ไปซื้อตั๋วผีเอง เอาตังค์ไปให้เขาเอง จึงได้ขึ้นรถก่อน เรียกหรู ๆ ว่า ประโยชน์ต่างตอบแทน
ด้วยความคิดเช่นนี้ ผมเลยไม่ได้ขึ้นรถบัส เพราะมันเต็มก่อนที่ผมจะขึ้น ทุกเที่ยว ทุกทีไป

แต่ผมไม่ยืนรอข้างทาง ผมมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี
ผมจึงมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ ที่จะก้าวเดินไปตามถนน อย่างทรนงและทรหดอดทน
แม้แสนจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า แม้จะเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรค
แต่ผมก็ไม่เคยย่อท้อ กลับเชิดหน้าท้าทายอย่างไม่หวั่นเกรง
ผมยังคงตั้งหน้าตั้งตาเดินต่อไป จุดหมายปลายทางขณะนั้นคือ ซอย 30 กันยายน บนถนนสายที่ 60

จำได้ว่า ทางที่เดินนั้น
บางช่วง พื้นราบเรียบ
บางช่วง ขรุขระ
บางช่วง เป็นหลุมเป็นบ่อ
บางช่วง เป็นเนินสูงต่ำ
บางช่วง โค้งไปโค้งมา
บางช่วง มีร่มเงา
บางช่วง แดดร้อนเปรี้ยง
บางช่วง ฝนตกเปียกโชก
กลางคืน ก็แสนจะหนาวเหน็บ

รถบัสบรรทุกผู้โดยสารที่มีตั๋วมีตังค์ ผ่านไปคันแล้วคันเล่า บรรดาผู้โดยสารเหล่านั้น ต่างพากันหัวร่อ พูดจาหยอกเย้ากันด้วยความสนุกสนาน
ส่วนผมยังคงเดิน เดินต่อไป
ระหว่างทางที่เดินนั้น ทั้งสองฟากฝั่งถนน ผมก็ได้สร้างสิ่งที่มีค่า สิ่งที่สวยงาม เอาไว้มากมาย
ทั้งปลูกไม้ยืนต้นพันธุ์สอบสวน เพาะชำไม้ผลพันธุ์อำนวยการ สร้างศาลาสืบสวน ตั้งโอ่งน้ำปราบปราม ทำสนามจราจร สอนยุทธวิธี ฝึกการควบคุมฝูงชน และอีกหลายอย่าง หลายงาน ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
โดยไม่ให้เวลาที่ผ่านไปนั้นไร้ค่า แม้จะไม่มีใครเห็นคุณค่าก็ตาม

และแล้วในวันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังเดินอยู่ ที่แยกพล.๑ ข้าง ๆ บช.น. ท่ามกลางไอแดด ท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง
ท่ามกลางกระสุนที่ยิงจากหนังสติ๊ก เช่น ลูกหิน ลูกแก้ว ลูกเหล็ก และน็อตเหล็ก
มีรถบัสคันหนึ่งแล่นผ่านมา โชเฟอร์ร่างสันทัด ผิวขาว ท่าทางใจดี ได้ชลอรถ และตะโกนถามผมว่า <จะให้ขึ้นรถฟรี ไปมั้ย>
ผมตอบโดยไม่ลังเล <ไปครับ>
โชเฟอร์พูดต่อไปว่า <ยืนไปนะ ที่นั่งเต็มแล้ว>
ผมตอบว่า <ผมยืนได้ครับ>
โชเฟอร์จอดรถ ผมยกมือไหว้ พูดขอบคุณ แล้วก้าวขึ้นไปบนรถ

ความเย็นของเครื่องปรับอากาศบนรถ ฉ่ำชื่นหัวใจ มีคนนั่งอยู่เต็มทุกเบาะที่นั่ง แต่ละคนกำลังดื่มน้ำหวานรสละมุน กินขนมนมเนยแสนอร่อย
และพูดคุยกันอย่างออกรสชาติ
อุแม่ออเจ้า มิน่าเล่า จึงมีคนชอบขึ้นรถบัสกันนัก แม้ค่าตั๋วผี มันจะแพงแสนแพงแค่ไหนก็ตาม
ในระหว่างทาง มีผู้โดยสารบางคนลงจากรถ ผมมีโอกาสนั่ง โอ้…ว้าว…เบาะมันแสนนุ่มนิ่มเสียนี่กระไร
โชเฟอร์ใจดี ได้ไปส่งผมจนถึงจุดหมายปลายทางของถนน ผมสุดแสนประทับใจ และจะจารึกบุญคุณของโชเฟอร์คนนี้ไว้ไม่ลืมเลือน
คำว่า <ของฟรีไม่มีในโลก> จึงไม่จริงเสมอไป
<ตำแหน่งอยู่ได้ตามกาล แต่ตำนานจะคงอยู่ตลอดไป>
กราบขอบพระคุณ โชเฟอร์ใจดีครับ

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















