<ทำงานอะไร>
มีเรื่องเล่าต่อ ๆ กันมาว่า ผบช.ภ. ทางเหนือ ท่านหนึ่ง ก่อนไปรับตำแหน่ง ท่านได้แต่งกายชุดธรรมดาทำตัวแบบคนธรรมดา และได้ไปพบปะพูดคุยกับคนธรรมดาทั่วไป หลากหลายอาชีพ
หลายวันผ่านไป เริ่มมีความคุ้นเคย ท่านเลยถามเล่น ๆ ว่า <รู้มั้ยว่า ผมทำงานอะไร>
ไม่มีใครตอบถูก คาดเดาก็ไม่ใกล้เคียง
มีคนหนึ่งพูดว่า <หมอก็ไม่ใช่ อาจารย์ก็ไม่ใช่นักธุรกิจก็ไม่ใช่ อะไรก็ไม่ใช่ บอกมาเถอะว่าทำงานอะไร>
ผบช.ฯ ยิ้ม คิดสักครู่หนึ่งแล้วพูดว่า <ผมไม่กล้าบอกว่าทำงานอะไรครับ>
คนที่ถามยิ่งสงสัยมากกว่าเดิมขมวดคิ้วพูดว่า <บอกมาเถอะ ไม่เป็นไรหรอกอยากรู้>
ผบช.ฯ มองหน้าคนถามและคนใกล้เคียงที่ยืนคุยกันอยู่ พูดเบา ๆ พอได้ยินว่า <ถ้าผมบอกไปว่า ผมทำงานอะไร เกรงว่าพวกคุณจะเกลียดผม>

คนที่ถามรีบพูดโพล่งทันที <เป็นตำรวจใช่มั้ย>
ลองเดาซิว่า ผบช. ชักสีหน้าอย่างไร
ผมเป็นแก๊งเด็กดื้อ มีสมาชิกสิบกว่าคน ทุกคน ล้วนเป็นนักเรียนมัธยมรุ่นเดียวกัน
ผมได้เล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนร่วมแก๊งเด็กดื้อฟัง ระหว่างท่องเที่ยว จว.เชียงใหม่และ จว.น่าน เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2560
ทุกคนพากันหัวเราะ คิดว่าเป็นเรื่องตลก
ขากลับจากท่องเที่ยว ก็แวะโน่นแวะนี่ตลอดทาง
จนกระทั่งเวลาประมาณ 14.30 น. เศษ ผ่านตัว อ.สากเหล็ก จว.พิจิตร จึงแวะกินอาหารที่ตลาดข้างทาง กินกันไปคุยกันไป
กินเสร็จ เพื่อนคนหนึ่งได้พูดคุยกับแม่ค้าขายเครื่องดื่มและชี้นิ้วมือมาที่ผม ผมใส่กางเกงยีนส์ เสื้อยืดแขนยาว สวมหมวกจ็อคกี้ ใส่แว่นตาสีทองกันแดด มีเป้สะพายหลังสีเขียว
เพื่อนถามแม่ค้าว่า <ลองทายซิว่าคนนี้ทำงานอะไร>
แม่ค้ามองดูผม และบอกว่า <ทายไม่ถูกหรอก>
เพื่อนจึงบอกว่า <ใบ้ให้ก็ได้ เป็นอาชีพที่ชาวบ้านเกลียดที่สุด>
แม่ค้ารีบตอบทันที <ตำรวจใช่หรือเปล่า>
เพื่อน ๆ แก๊งเด็กดื้อหัวเราะครืนขึ้นพร้อมกัน
ส่วนผมหัวเราะ หึ ๆ ในลำคอ และคิดในใจว่า <กรรมของกู>
แต่ก็ยังแอบนึกในใจว่า
<คนที่พวกท่านพากันเกลียดนักเกลียดหนานั้น เวลาที่ท่านเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ท่านกลับคิดถึงเป็นคนแรกร่ำไปมิใช่หรือ>
ฤานี่คือชะตาของตำรวจ

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















