ข่าวประชาสัมพันธ์

สสส.-กสศ. ผนึกกำลังแก้เด็กนอกระบบ ชู “นครพนม” ต้นแบบจัดการครบทุกมิติ


3 มิถุนายน 2026, 15:20 น.

 

สสส.-กสศ. ผนึกกำลังแก้เด็กนอกระบบ ชู “นครพนม” ต้นแบบจัดการครบทุกมิติ

 

 

 

สานพลัง “นครพนม” เมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้ เมื่อ สสส.จับมือ กสศ. ร่วมกันขับเคลื่อนขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กเยาวชนนอกระบบควบคู่กับการจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ เน้นการเรียนรู้แบบยืดหยุ่น ใช้รูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อนควบคู่ข้อมูลเชิงลึกเมื่อแก้ไขให้ยั่งยืน
เมื่อเร็วๆนี้จังหวัดนครพนม ผนึกพลังทุกภาคส่วนจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้โครงการ “สานพลังจังหวัดนครพนมเมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้” โดยการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก3) สสส.

 

 

การลงนามนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อออกแบบการขับเคลื่อนสุขภาวะและการศึกษาที่ยืดหยุ่นให้แก่คนนครพนม ควบคู่กับการกำหนดแนวทางจัดการปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่เป็นปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะการขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนนอกระบบ (Zero dropout) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาจังหวัดนครพนมในระยะยาวตามแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ.2566–2570 สู่เป้าหมาย “เมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้ เคียงคู่เศรษฐกิจสีเขียว”

 

MOU ฉบับนี้จัดทำขึ้นระหว่าง 11 ภาคี ได้แก่ มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยศูนย์การเรียน CYF ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ, สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส., กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), จังหวัดนครพนมโดยท้องถิ่นจังหวัด, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด, อำเภอนาแก อำเภอเรณูนคร อำเภอท่าอุเทน และอำเภอนาหว้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 34 แห่ง, มหาวิทยาลัยนครพนม, เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ และศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่ายพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศวภ.อีสาน)

 

 

นางสาวศรีมาลาฌ์ ยะภักดี ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF ภายใต้มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า การรวมพลังครั้งนี้คือหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของนครพนมที่บูรณาการเรื่องสุขภาพและการศึกษารวมเป็นเรื่องเดียวกัน “เราไม่ได้มองเด็กนอกระบบเป็นเพียงแค่ปัญหาทางการศึกษา แต่มองว่านี่คือเรื่องของคุณภาพชีวิตของคนทั้งจังหวัด เพราะเมื่อเด็กคนหนึ่งหลุดจากระบบการเรียนรู้แล้ว ย่อมส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจ สุขภาพ สังคม ความมั่นคงของครอบครัว และอนาคตของชุมชนโดยรวม เวทีวันนี้จึงไม่ใช่เพียงพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงเท่านั้น แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของจังหวัดนครพนมว่าการสร้างเมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้ ต้องอาศัยการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม” ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF กล่าว

 

พร้อมกันนี้ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียน CYF ยังย้ำถึงหลักการสำคัญในการทำงานว่า อยากให้ทุกคนมองว่านครพนมคือเมืองที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรัพยากรหรือโอกาสในการพัฒนา หากเราต้องการพัฒนาจังหวัดให้เข้มแข็งและเติบโตแข็งแรง การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่นามธรรม แต่เป็นการทำงานที่ชุมชนสามารถลุกขึ้นมาร่วมดูแลเด็กคนหนึ่งให้ครบทุกมิติได้อย่างแท้จริง เพื่อให้การเรียนรู้และสุขภาวะเป็นเรื่องเดียวกันที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของคนนครพนม

 

 

ด้าน นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวถึงความสำคัญของการแก้ปัญหาแบบครบวงจรภายใต้นโยบาย Thailand Zero Dropout ว่าปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 603,000 คน เฉพาะพื้นที่จังหวัดนครพนมมีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในปี 2569 จำนวน 4,825 คน ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไข “แม้เด็กจะมีข้อจำกัดทั้งเรื่องความยากจน สุขภาพ หรือครอบครัวไม่พร้อม แต่หน้าที่ของเราคือการจัดระบบการศึกษาให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้น้องๆ ไม่หลุดออกจากระบบ ความร่วมมือของ กสศ. และ สสส. ในครั้งนี้คือความพยายามในการแก้ปัญหาอย่างครบวงจรทุกมิติ เพื่อให้ชีวิตของเขาอยู่ในเส้นทางการเรียนรู้ และเติบโตขึ้นมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของบ้านเมืองต่อไป” นายพัฒนะพงษ์ฯ กล่าว

 

ทางด้าน ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สสส. เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของการใช้ “ข้อมูลนำทาง” เพื่อเชื่อมโยงปัญหาเข้ากับทุนทางสังคมในพื้นที่ โดย สสส. พร้อมสนับสนุนกลไกการทำงานของจังหวัดนครพนมผ่านความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้ง อบจ., มหาวิทยาลัยนครพนม และหน่วยงานสาธารณสุข เพื่อออกแบบแผนงานและงบประมาณที่สอดคล้องกับบริบทจริง

 

 

ดร.นิสา ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการทำงานในรูปแบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน” ที่เริ่มต้นจากการเสริมความเข้มแข็งในระดับครอบครัวและชุมชน แล้วค่อยขยายผลเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายระดับตำบล อำเภอ และจังหวัดตามลำดับ โดยใช้เครื่องมือเชิงลึก ทั้งงานวิจัยชุมชน (Recap) และการจัดทำข้อมูลรายบุคคลและครัวเรือน เพื่อออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาที่ตรงกับความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างนครพนมให้เป็นต้นแบบด้านสุขภาวะและการเรียนรู้ที่ยั่งยืนสำหรับพื้นที่อื่นต่อไป

 

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ภาคีเครือข่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานใน 5 ด้านสำคัญ ได้แก่

(1) การพัฒนาสุขภาวะประชาชนเพื่อลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

(2) การพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพในรูปแบบ Data-Driven Healthcare โดยใช้ข้อมูลจากระบบข้อมูลตำบล การวิจัยชุมชน (RECAP) และข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่

(3) การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบจำนวน 600 คน

(4) การสร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถาบันวิชาการเพื่อลดจำนวนเด็กหลุดจากระบบการศึกษา และ

(5) การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะและพัฒนานครพนมให้เป็นพื้นที่ต้นแบบด้านสุขภาวะและการเรียนรู้ที่สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นได้ในอนาคต

 

 

การลงนาม MOU ครั้งนี้คือการประกาศเจตนารมณ์ร่วมของจังหวัดนครพนมในการลงมือแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยพลังของทุกภาคส่วนที่มาร่วมกันเป็นเจ้าของอนาคตของจังหวัด เมื่อสุขภาวะและการเรียนรู้กลายเป็นเรื่องเดียวกัน และทุกคนในชุมชนร่วมกันขับเคลื่อน นครพนมก็จะก้าวสู่การเป็นเมืองแห่งความสุขและการเรียนรู้ที่ยั่งยืนในทุกมิติได้อย่างแท้จริง

 

ป้ายกำกับ: ,

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดข่าวประชาสัมพันธ์

เรื่องล่าสุด