<คำสาบาน>

ปี พ.ศ. 2547 ผมย้ายจากตำแหน่ง ผกก.รร.ภ.9 จว.ยะลา ชายแดนภาคใต้ไปดำรงตำแหน่งเป็น ผกก.สภ. ละหานทราย จว.บุรีรัมย์ ชายแดนภาคอีสาน
ต่อมา มีการเลือกตั้ง นายก อบต. 3 ตำบล ผู้สมัครมีทั้งชาวบ้าน มีทั้งคนของนักการเมืองท้องที่ และมีทั้งคนของนักการเมืองระดับจังหวัด ซึ่งออกโรงกันชัดเจนแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม หรือหน้าไหนก็ตาม
มีหนังสือจาก กกต.จว.บุรีรัมย์ แจ้งมาว่า ได้แต่งตั้ง สวส.สภ.ละหานทราย 1 นาย กับ รอง สวส.สภ.ละหานทราย 1 นาย เป็น กกต.ประจำเขตเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งนี้
กกต.ฯ ก็ไม่ได้ขอตัวมา ผมก็ไม่ได้ส่งชื่อไป แล้วมากันได้ยังไง แบบไหน
แต่ผมมีข้อมูลชัดเจนว่า สส.เขตพื้นที่นี้ สนับสนุนผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งบางคน สวส.ฯ คนนี้ เป็นเพื่อนกับ สส.เขตพื้นที่นี้ ส่วน รอง สวส.ฯ ก็ทำตัวเป็นคนใกล้ชิดกับ สส. คนเดียวกันนี้
แล้วความเป็นธรรมมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

ผมใช้สติปัญญาไตร่ตรอง วางแผนงานแห่งความยุติธรรม
โดยจัดทำข้อความสั้น ๆ เป็นคำสาบานพิมพ์ลงในกระดาษ แผ่นเล็ก ๆ จำนวนหนึ่งและติดต่อบุคคลบางคนในพื้นที่
จากนั้น จึงเรียกประชุมตำรวจทั้งโรงพักในช่วงบ่าย ให้แต่งเครื่องแบบทุกนาย เมื่อมาพร้อมกันแล้ว ลงไปเรียกแถวหน้าโรงพัก
ตำรวจต่างพากันสงสัยว่า มีเหตุหรือมีเรื่องอะไร แต่ผมยังไม่บอกและไม่อธิบาย
ผมสั่งให้ตำรวจเดินเท้าเป็นแถวจากโรงพัก ผ่านที่ทำการอำเภอ เทศบาลตลาดสด บ้านเรือนผู้คน
ข้ามถนนไปยังวิหารหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง เกจิอาจารย์ยุคเก่า ที่มีชื่อเสียง เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน ส่วนราชการ และคนทั่วไป
วงการพระเครื่องรู้จักดี
ในวิหาร ท่านเจ้าอาวาสกับพระภิกษุหลายรูปนั่งอยู่ มีปลัดอำเภอ กต.ตร.สภ.ละหานทราย และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับพระ
ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมได้ประสานขอความร่วมมือไว้ก่อนแล้ว

ผมสั่งตำรวจทุกนายนั่งกับพื้นในวิหารเป็นแถว ๆ ละ 5 นาย เริ่มจาก รอง ผกก.ฯ ไล่เรียงลงไป
ผมพูดสั้น ๆ ว่า
<เราเป็นตำรวจ เป็นผู้รักษากฎหมาย รักษากฎระเบียบ ของสังคม ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ลำเอียงหรือกระทำการเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการเลือกตั้ง จึงขอให้ทุกคนได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยการสาบานหน้ารูปหล่อหลวงปู่สุข และดื่มน้ำมนต์ ทุกคนต้องทำ รวมทั้งผมด้วย คำสาบานนั้น ผมเตรียมมาแล้ว จะแจกให้ จะได้อ่านพร้อม ๆ กัน>
จากนั้น เอากระดาษที่มีข้อความเป็นคำสาบานให้ตำรวจ
เป็นคำสาบานว่าจะเป็นกลาง มีความยุติธรรมในการเลือกตั้ง
มีคำสาปแช่งถ้าลำเอียงหรือทุจริต และมึคำอำนวยพร ถ้าทำถูกต้อง
ในการปฏิบัติ ผมให้ตำรวจนั่งกับพื้นวิหารแถวละ 5 นาย ลดหลั่นกันลงไป จนครบทุกนาย

ผมสั่งให้ตำรวจแถวแรก อ่านคำสาบานพร้อมกับผมด้วยเสียงดังฟังชัด จากนั้นก็ไปดื่มน้ำมนต์ ตรงหน้ารูปหล่อขนาดเท่าองค์จริงของหลวงปู่สุข
แล้วไปนั่งแถวหลังสุด แถวถัดไปก็ขยับขึ้นไปทีละ 5 นาย จนครบหมดทุกแถว ทุกนาย
จะได้เห็นว่าสาบานจริง ดื่มน้ำมนต์จริง
โดยท่านเจ้าอาวาสและพระภิกษุสงฆ์ สวดชยันโตตลอดพิธี
สวส.ฯ เพื่อน สส. อยู่ในแถวแรก มีปฏิกิริยา ไม่ยอมสาบานและจะออกจากวิหาร
ผมพูดเสียงเข้มจริงจังว่า
<ถ้าไม่ทำ ก็ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา>
สวส.ฯ จึงยอมนั่ง และอ่านคำสาบานพร้อมกับดื่มน้ำมนต์ แบบไม่เต็มใจ
เมื่อแถวแรกเสร็จ ผมสั่งให้ลุกไปนั่งต่อแถวหลัง
เกิดปรากฎการณ์อันประหลาดพิสดารขึ้นมา ผมขอเรียกว่า <ปาฏิหาริย์> ทุกคนในที่นั้น ต่างก็เห็นเหมือนกันหมด คือ
ตำรวจแถวหน้า 4 นายลุกขึ้นยืน แต่ สวส.ฯ ลุกไม่ขึ้น และส่งเสียงในลำคอเหมือนคนจะพูด แต่พูดไม่ออก
เพื่อนนายตำรวจที่ลุกขึ้นได้ก่อน ช่วยกันประคองและดึงแขน จน สวส.ฯ ยืนได้
สวส.ฯ รีบออกไปจากวิหารหลวงปู่สุขทันที ผมให้ตำรวจไปตามกลับมา สั่งให้นั่งกับพื้นแถวหลัง
ผมพูดว่า
<หลวงปู่แสดงฤทธิ์ก่อนเลือกตั้งแล้ว>
พิธีการสาบานและดื่มน้ำมนต์ ได้ดำเนินต่อไปจนเสร็จสิ้น ครบทุกนาย

เสียงเล่าลือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวิหารหลวงปู่สุข แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านร้านช่องพอฟังแล้ว ต่างก็ยกมือไหว้ไปยังวิหารหลวงปู่สุขด้วยความเคารพนับถือ
ตำรวจล่ะครับ คำสาบานงานนี้ ทุกนายต่างพูด ต่างวิจารณ์กันด้วยความยำเกรง ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเห็นกับตาตัวเอง
ผมให้เจ้าหน้าที่บันทึกภาพและทำรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยัง กกต.จัง หวัด จนถึง กกต.ในส่วนกลาง
เมื่อตำรวจผู้รักษากฎเป็นกลาง ลองทายซิว่า ผลการเลือกตั้ง นายก อบต. จะเป็นอย่างไร
ชาวบ้านธรรมดา ๆ ในพื้นที่ที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ชนะผู้สมัครที่เป็นคนของนักการเมือง ทั้ง 3 ตำบล เกิดเสียงวิพากย์วิจารณ์ไปทั่ว
เลขา กกต. ยุคนั้น ให้ผมไปพบ พูดชมเชย และชวนให้ไปทำงานด้านสืบสวนของ กกต. ผมขอบคุณท่าน แต่ยังรักอาชีพตำรวจอยู่
ผมเดินไปสถานที่ใดในพื้นที่ มีแต่ชาวบ้านเข้ามาทักทายและชื่นชม ผมปลื้มใจมาก
แต่ก็รู้มาว่า ฝ่ายการเมืองพื้นที่โกรธแค้นไม่พอใจที่เสียหน้า
ฤดูการแต่งตั้งของตำรวจมาถึง มีเหตุพิเศษเกิดขึ้นกับผม คือ
สส.จว.บุรีรัมย์ พร้อมใจกันลงลายมือชื่อ ทำหนังสือถึง ผบ.ตร. ให้ย้ายผมออกจาก จว.บุรีรัมย์
ในระหว่างที่ผมยังเคว้งคว้าง ไม่รู้อนาคต
ก่อนหน้านี้ ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็น ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี
ท่านทราบข่าว ท่านเมตตาผม เลยเอาผมไปเป็น ผกก.สภ.เดชอุดม ขอบพระคุณครับ

ชะตาชีวิต ผมปล่อยไปตาม <กฎธรรมชาติ>
แต่การทำงาน ผมว่าไปตามกฎเกณฑ์แห่งความเป็น <ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์>
เงยหน้าไม่อายฟ้า
ก้มหน้าไม่อายดิน
ผินหน้าไม่อายใคร
คือเกียรติตำรวจไทย
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















