<เหตุเกิดที่กระทรวงพลังงาน>
ตอนที่ 1
<ขอคืนพื้นที่>

ช่วงเวลากลางวัน ของวันที่ 17 ก.พ. 2557 ศอ.รส. โดยรองนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วน
สาระสำคัญคือ ให้นำกำลังพล คฝ. ไปขอพื้นที่คืน 5 แห่ง จาก ปปส. ที่ชุมนุมและยึดพื้นที่ของทางราชกางกลับคืน
พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 ผู้รับผิดชอบพื้นที่กระทรวงพลังงาน ที่ถูกยึด เลือกผมให้เป็นคณะทำงาน พร้อมด้วยกำลังพล คฝ. อีก 9 กองร้อย
มีนายตำรวจระดับ ผบก.ฯ และรองผบก.ฯ หลายนาย ร่วมปฏิบัติ
ระดับแกนนำผู้ชุมนุม มี 3 คนคือ น.พ.ระวี มาศฉมาดล นายทศพล แก้วทิมา นายธวัชชัย พรหมจรรย์
สองทุ่มเศษคืนนั้น พล.ต.ท.สุเทพ ให้คณะทำงานและผู้คุมกำลัง คฝ. ทุกนาย ไปประชุมเพื่อวางแผนร่วมกันที่ สน.บางซื่อ มี ดร.กฤษณพล ผู้ช่วยผู้ว่า ปตท. เข้าร่วมประชุมด้วย
ผมได้รับมอบมอบหมายให้เป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้เจรจา นำกำลังพล คฝ. 5 กองร้อยเข้าไปในกระทรวง
ทางด้านนอกกระทรวง มอบหมายให้ พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.ภ.จว.แห่งหนึ่ง เป็นผู้ดูแล พร้อมกำลังพล คฝ. 4 กองร้อย ทำหน้าที่คอยสนับสนุนและป้องกันมวลชนภายนอกมาสมทบ

จากข้อมูลทราบว่า ทุกประตูของกระทรวงพลังงานปิดกุญแจล่ามโซ่หมด
แต่มีหน่วยกำลัง 1 กองร้อยของทหารหน่วยหนึ่งอยู่ในอาคารหลังหนึ่ง ของกระทรวงพลังงานจึงได้ประสานขอความร่วมมือให้เปิดประตูด้านหนึ่งของกระทรวงที่ล่ามโซ่อยู่แต่คำตอบคือ
<ไม่ได้ เดี๋ยวเสียมวลชน>
ประชุมกันถึงเกือบเที่ยงคืนกลับไปเตรียมตัวหลับตาได้งีบหนึ่งก็ต้องไปรวมพลกันที่หน้าอาคารสโมสรตำรวจตอนตีสี่ของวันที่ 18 ก.พ. 2557 เพื่อเตรียมปฏิบัติการ
ชุดสืบสวน เตรียมบันไดไม้ไผ่ไว้หลายอันพร้อมอุปกรณ์ตัดเหล็กด้วยแก๊ส เวลาปฏิบัติการคือหกโมงเช้า
06.00 น. ตรงเวลา ฟ้าเริ่มสว่าง ขบวนกำลังพล คฝ. 9 กองร้อย เคลื่อนออกจากลานหน้าสโมสรตำรวจเข้าไปประจำจุดที่กำหนดไว้ ที่กระทรวงพลังงาน ตามแผน
ตำรวจชุดสืบสวนเอาบันไดไม้ไผ่พาดประตูกระทรวงพลังงานด้านในซอย ที่อยู่ติดกับถนนวิภาวดี-รังสิต ผมกับ พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รองผบก.สส.น.2 ปีนบันไดขึ้นไป
แต่พื้นตรงที่วางฐานบันได เป็นปูนซีเมนต์ มีความลื่นบันไดจึงไถลลาดลง
กำลังพลรีบเข้ามาจับผลักดันขึ้นไปใหม่และช่วยกันค้ำฐานบันไดเอาไว้
ผมกับ พ.ต.อ.ธัมรงค์ ปีนขึ้นไปใหม่และอยู่ด้านในกระทรวงสองคน
ด้านนอกก็กำลังใช้อุปกรณ์แก๊สตัดโซ่เหล็กจนขาดประตูกระทรวงเปิดออก
ผมสั่งให้กำลังพล 5 กองร้อยเข้าไปประจำจุดอาคารต่าง ๆ ที่วางแผนไว้
มวลชนที่ยึดพื้นที่กระทรวงตื่นตัวขึ้นมา
ให้ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงกระโจมอก มานั่งเป็นแถวยาวซ้อนกัน เพื่อขวางทางในกระทรวงเอาไว้ส่วนพวกผู้ชายเริ่มรวมกลุ่มกัน
มีทหารแต่งเครื่องแบบหลายนาย ที่อยู่ในกระทรวงพลังงานและกลุ่มมวลชนพากันออกมาดูเหตุการณ์
ผมใช้โทรโข่งพูดกับผู้หญิงที่นั่งขวางทางและมวลชนทุกคนว่า
<สวัสดีครับ ผม พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท เป็นคนนำกำลังตำรวจ คฝ. เข้ามาในกระทรวงพลังงาน
ก่อนอื่นผมขอแสดงความรู้สึกจากใจจริงก่อน
ผมรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านมายึดกระทรวงพลังงานแห่งนี้
เพราะเจตนารมณ์ของพวกท่านคือ ต้องการลดราคาพลังงานทุกประเภทลงไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรถยนต์หรือแก๊สหุงต้ม
อันจะยังประโยชน์ให้คนไทยทั้งประเทศ
แต่ท่านมาผิดจังหวะผิดเวลาไปถ้าท่านมาในช่วงที่พวกของท่านเป็นรัฐบาลเจตนารมณ์นี้ก็คงสำเร็จ
เก็บรักษาเจตนารมณ์และอุดมการณ์เอาไว้นะครับ เมื่อมีโอกาสเมื่อไหร่ผมเอาใจช่วยเต็มที่ครับ>
ทุกคนนิ่ง เหมือนตั้งใจฟังผมพูด ผมจึงพูดต่อ
<พี่หมอระวีครับ คุณทศพลครับ คุณธวัชชัยครับ ผู้ชุมนุมที่รักทุกท่านครับ
ผมได้รับคำสั่งให้นำกำลังมาขอพื้นที่คืนทั้งหมด ถ้าทุกท่านยอมแต่โดยดีและออกไป พร้อมสิ่งของเครื่องใช้ที่ไม่ผิดกฎหมายจะไม่มีจับกุมท่านครับ
แต่ถ้าท่านไม่ยอมออกไปแต่โดยดี เราก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายขั้นตอนกฎหมายครับ>
นพ.ระวี นายทศพล นายธวัชชัย กับพวกกลุ่มหนึ่งขอเวลาผมเพื่อปรึกษาหารือกัน
ปรึกษากัน 2 รอบ รอบละ ประมาณ 15 นาที

ในที่สุด นพ.ระวี ผู้นำการชุมนุมออกมาบอกว่า
<พวกผมไม่ขอออกจากพื้นที่กระทรวงพลังงานแต่จะยอมให้จับกุมแต่โดยดี>
ผมตอบขอบคุณไปและบอกว่า
<ผมขออนุญาตแบ่งเป็น 3 กลุ่มนะครับ
สำหรับ นพ.ระวี คุณทศพล คุณธวัชชัย ผู้นำของพวกท่าน ผมขออนุญาตให้เกียรติ จะให้ขึ้นรถไปกับ รองผบก.ฯ คนละคันโดยไม่ใช้เครื่องพันธนาการ
ผู้ชายมาทางนี้ ขออนุญาตใช้เชือกพลาสติกมีเข็มขัดมัดมือหลวม ๆ ไม่ใช้กุญแจมือ
ส่วนผู้หญิง เราจะไม่ใช้เครื่องพันธนาการใด ๆ เราให้เกียรติ
และขอตรวจค้นตัวทุกคน ก่อนขึ้นรถตามระเบียบ ผู้หญิงเราจะให้ตำรวจหญิงตรวจค้นนะครับ>

ผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยมิตรไมตรี
ชายฉกรรจ์หนวดเคราเฟิ้ม กับผู้ชุมนุมหลายคนที่เดินเรียงแถวเพื่อขึ้นรถควบคุม ขออนุญาตกอดผม ยกมือไหว้ผม
หลายคนขอถ่ายรูปแบบเซลฟี่
บางคนก็พูดว่า
<ชอบตำรวจอย่างนี้ ชอบที่ให้โอกาส ให้ทางเลือก>
ผมยิ้มและพูดว่า <ขอบคุณครับ>
สุขใจมาก ที่งานสำเร็จ
ได้พื้นที่คืนทั้งหมด หลังจากที่ถูกยึดไปหลายเดือน
ได้ตัวผู้ชุมนุมทั้งหมด
ด้วยความสมัครใจ นำไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ได้ของกลางที่ไม่ถูกกฎหมาย
มากมายหลายรายการ
ใช้เวลาปฏิบัติการครั้งนี้
ประมาณ สองชั่วโมงครึ่ง
ผมโทรศัพท์รายงาน พล.ต.ท.สุเทพ คนเดียว เพราะเข้าเวรราชองครักษ์อยู่ในวัง การรายงานผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยเหนือก็สุดแท้แต่ท่าน

พล.ต.อ.วรพงษ์ รองผบ.ตร. โทรศัพท์มาชมเชยผมและคณะทำงาน
มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ติดตามเข้าไปทำข่าว และรายงานสดมากมาย
เย็นวันนั้น มีอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณราชการไปแล้ว และอยู่กับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง โทรศัพท์มาหาผมบอกว่า
<หมอที่คุณจับไปเมื่อเช้านั้น ประกันตัวออกมา และมาพูดเรื่องคุณในพรรคให้หลาย ๆ คนฟัง หมอบอกว่า อยากให้มีตำรวจแบบคุณเยอะ ๆ เพราะมีเหตุผลและเข้าใจสถานการณ์ดี>
ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือร่วมใจและการปฏิบัติตามแผนการที่วางไว้ของทุกคน เป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจร่วมกันครับ
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















