<การสร้างวินัยจราจร>
ในแต่ละประเทศ วัฒนธรรม ประเพณี และบริบททางสังคมแตกต่างกัน
ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมาย ของผู้มีอำนาจหน้าที่กับการเกรงกลัวต่อการกระทำ ความผิดของผู้กระทำล้วนแตกต่างกัน
มีคำไทยโบราณกล่าวว่า<ทำอะไรตามใจคือไทยแท้>
ถึงคราวต้องปรับเปลี่ยนคำพูดหรือแนวคิดนี้ หรือยัง ?
ส่วนตัวผมคิดว่า<ถึงเวลามานานมากแล้วที่จะต้องปรับเปลี่ยน>
เปลี่ยนอะไร ?
เปลี่ยนจิตสำนึก
เปลี่ยนอย่างไร ?
เปลี่ยนด้วยการปฏิบัติจากใจ
ปฏิบัติจากใจอย่างไร ?
โดยการปลูกฝังจิตสำนึก
เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวก่อนดีมั้ย ?
<วินัยจราจร>
ทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ผู้ขับ ผู้ขับขี่ หรือผู้โดยสาร และผู้ใช้รถใช้ถนน
การปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีที่สุดคือ<การศึกษาอบรมและการฝึกปฏิบัติตามกฎ ตามระเบียบที่วางไว้>
โดยผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการควรกำหนดให้เป็น<หลักสูตรในสถานศึกษา>ดังนี้
1.ให้มีการเรียน พ.ร.บ. จราจรทางบกและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซ้ำ ๆ กันทุกปี ตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 หมายถึง ม.1 เรียนหมดทุกกฎหมายดังกล่าว
รวมทั้งเครื่องหมายจราจร พอขึ้น ม.2 จนถึง ม.6 ก็เรียนเหมือน ม.1 ศึกษากฎหมาย กฎจราจรและที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเครื่องหมายจราจรให้ถ่องแท้<จนซึมซับเข้าไปในจิต>เมื่อซึมซับมาก ๆ เข้า ก็จะกลายเป็น<จิตสำนึก>สำนึกว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรให้ถูกกฎหมาย ? สำนึกว่าถ้าผิดกฎหมายจะต้องรับโทษอย่างไร ?
2. ม.2-3 ให้ฝึกหัดขับขี่รถจักรยานยนต์และซ่อมบำรุงพื้นฐานเพิ่มเติม
3. ม.4-5 ให้ฝึกหัดขับรถยนต์และซ่อมบำรุงพื้นฐานเพิ่มเติม
4. ม.6 ให้ฝึกหัดขับรถยนต์ รถจักรยานยนต์และการซ่อมบำรุงพื้นฐาน<การสอบทฤษฎี กฎหมาย>ต้องได้ 100 % จึงจะถือว่าสอบผ่าน
ทำไมต้อง 100 % ?
เพราะการขับรถยนต์ การขับขี่รถจักรยานยนต์ มันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชีวิต ร่างกาย ทั้งผู้ขับ ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคนอื่น ๆ รวมทั้งความเสียหายของยานพาหนะ และทรัพย์สินอื่น ๆ ด้วย
5. เมื่ออายุครบเกณฑ์จัดให้มีการสอบใบอนุญาตขับขี่ทั้งรถจักรยานยนต์และรถยนต์
6. ประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อนพานักเรียนไปดูผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือถึงแก่ความตายจากการขับยนต์โดยประมาทผิดกฎหมายจนเกิดอุบัติเหตุ
จะได้เห็นของจริง ดังคำกล่าวที่ว่า<ตัวอย่างดีมีค่ากว่าคำสอน>
หรือเอาภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจนมีความบาดเจ็บ ตายมาฉายให้ดู
อาจจะเห็นผลเป็นรูปเป็นร่างอย่างเป็นรูปธรรม ในรุ่นลูกรุ่นหลานก็ยังดี
และจะเป็นมรรคเป็นผลให้คนไทย กลายเป็นคนมีวินัยเรื่องต่าง ๆ ไปในตัว
คำกล่าวเล่น ๆ ของคนโบราณ<ทำอะไรตามใจคือไทยแท้>
อาจต้องเปลี่ยนไปตามแนวคิดของคนยุคใหม่ก็ได้
<ทำอะไรมีวินัยคือไทยแท้>
มีผู้รู้กล่าวว่า
<ความสำเร็จ>เมื่อเริ่มลงมือทำหนทางแม้ยาวไกลก็ยังดีที่ได้<ฝัน>
ครั้นเข้าไปใกล้ก็เปลี่ยนจากความฝันเป็น<เป้าหมาย>
สุดท้ายเมื่อทำได้ มันหมายถึง<ความสุข>ที่ยิ่งใหญ่
ช่วยกันครับ
เพื่อประเทศชาติของเรา
เพื่อลูกเพื่อหลานของเรา
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท
ป.ล.
สมัยนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็น รมช.สาธารณสุข
นายสิทธิชัย โค้วสุรัตน์ เป็น รมช.มหาดไทย
เคยคิดทำการผลักดันโครงการนี้เป็นโครงการระดับชาติ
แต่มีเหตุยุบสภาไปเสียก่อน

















