<ศึกแยกพล.๑>
ตอนที่ 4
<พลิกแพลงกลยุทธ์>
วันที่ 1 ธ.ค. 2556 หลังอาหารเช้า คฝ. บก.น.1 ชัยภูมิ นครปฐม 3 หน่วย เข้าประจำจุด มีกำลังพล คฝ. หน่วยต่าง ๆ คอยสนับสนุนหมุนเวียนเปลี่ยนกำลังเข้าจุด
พล.ต.ต.วิชาญญวัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 เอารถขนาดใหญ่ มีราวเหล็กกั้นตามขอบซ้ายขวา พร้อมด้วยเครื่องเสียงขนาดใหญ่เสียงดังมาเป็นรถบัญชาการ
ก่อนมวลชนจะมา ผมก็พูดสร้างขวัญกำลังใจ และสร้างพลังศรัทธาในความเป็นตำรวจให้กับทุก คฝ. ทุกหน่วยทุกนาย
พอสาย ๆ มวลชนเริ่มมาชุมนุมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายพันคน รถเครื่องเสียงแกนนำไปจอดอยู่ห่างแยกพล.๑ ลึกไปตามถนนฝั่งตรงข้ามเกือบร้อยเมตร
นายจุมพล จุลใส หรือลูกหมี แกนนำ พูดเสียงดังใส่เครื่องขยายเสียง ยั่วยุให้มวลชนบุกเข้าทำลายลวดหนามหีบเพลง และลากแท่งแบริเออร์ออกจะบุกเข้ามาให้ได้ มีการใช้หนังสติ๊ก ยิงตำรวจ คฝ. ด้วยสารพัดกระสุนของแข็ง เพื่อเปิดแนวแต่ คฝ. ก็ปักหลักเหนียวแน่น
ผมได้พูดเตือนมวลชนในข้อกฎหมาย การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของตำรวจจากเบาไปหาหนักและความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน
แก๊สน้ำตาที่ คฝ. ใช้โดยการขว้างออกไป ถูกมวลชนใช้กระสอบป่านชุบน้ำคลุมเอาไว้ แล้วใส่ถุงมือหยิบออกมาขว้างกลับใส่ตำรวจ
แก๊สน้ำตากระจายไปทั่วบริเวณ ตำรวจ คฝ. ผู้ปฏิบัติหน้าที่ มีหน้ากากกันแก๊สน้ำตา เสียขบวนเล็กน้อยแต่ก็ตั้งหลักได้โดยเร็ว
บนรถบัญชาการของ คฝ. ทั้ง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชาและผม ไม่ได้ใส่หน้ากากเพราะต้องพูดกับมวลชน และ คฝ. ตลอดเวลารับแก๊สน้ำตากันเต็ม ๆ
หายใจไม่ได้ เหมือนคนจมน้ำ ใช้วิธีเดิม หายใจผ่านหนังมือ บางครั้งก็ใช้ผ้าเปียกผืนเล็ก ๆ ปิดจมูก แล้วหายใจ แต่ก็มีแก๊สเข้าไปด้วยทุกครั้ง ลำคอแห้งผาก จมูกชื้น แสบจมูก แสบตา น้ำตาไหล
ขณะนั้น มี 2 ความรู้สึกคือ
1. ลงจากหลังคารถ กลั้นหายใจวิ่งไปสัก 100 เมตรเพื่อหายใจอากาศบริสุทธิ์ แต่คงไม่กล้าขึ้นไปบัญชาการบนหลังคารถอีก เพราะอายคน อายลูกน้อง
2. ถ้ากลั้นหายใจ และหายใจผ่านหนังมือหรือผ้าเปียกไม่ไหว ก็ให้มันตายบนหลังคารถนี้แหละ
ผมเลือกข้อ 2
แต่ทุกข์หรือสุขก็อยู่กับเราไม่นาน เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป
แก๊สน้ำตาเช่นเดียวกัน พอมีลมพัดผ่าน แก๊สก็กระจายหายไปหมด
ผมจับเคล็ดลับตรงนี้ ยืนบัญชาการบนหลังคารถ ร่วมกับ พล.ต.ท.วรพงษ์ โดยไม่ใส่หน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาแต่อย่างใด
ยามย่ำค่ำ กลุ่มมวลชนก็ถอนกำลังกลับ
ตำรวจ คฝ. รักษาแยกพล.๑ เอาไว้ได้อีกครั้ง
วันต่อมา 2 ธ.ค. 2556 ตอนสาย ๆ กลุ่มมวลชนนำโดยนายจุมพล หรือลูกหมี เจ้าเดิม พากันมาอีก มีมวลชนมากกว่าเดิม กะจะเผด็จศึกให้ได้ นายจุมพลพูดต่อว่าต่อขานตำรวจเป็นการใหญ่ พร้อมทั้งยั่วยุให้มวลชน บุกเข้าไปให้ได้ แม้จะมีสิ่งกีดขวาง พวกยิงหนังสติ๊ก ก็ระดมยิงไม่หยุดยั้ง
พ.ต.ท.วินิจ ผบ.ร้อย คฝ.ชัยภูมิ ถูกลูกหนังสติ๊ก เป็นของแข็งอัดที่หน้าแข้ง กางเกงไม่ขาด แต่หนังและเนื้อหายไปเป็นวงประมาณเหรียญสิบบาท รอบ ๆ มีอาการบวมเป่ง
ผบ.ร้อย อีกนายหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็น คฝ. หน่วยใด ถูกกระสุนน็อตเหล็กยิงเสียบติดอยู่กลางหน้าผาก
ยันกันไปยันกันมาอยู่อย่างนั้น พอช่วงบ่าย ๆ ก็มีรถบรรทุกขยะของ กทม. ขับเข้ามาที่แยกพล.๑ ถอยหลังรถกระแทกอย่างแรงไปที่แท่งแบริเออร์ เพื่อให้เปิดช่องทางเข้า
พลปืนยิงแก๊สน้ำตาของหน่วย อคฝ.4 นาย ยิงแก๊สน้ำตาไปที่รถขยะรอบทิศทาง เพื่อรมควันแก๊สคนขับได้ผล คนขับรถทิ้งรถหนีเลย
อีกไม่นาน ก็มีรถบรรทุกขยะมาอีกคัน คันใหญ่กว่าคันเดิม ขับกระแทกรถขนขยะคันแรก รวมกันเป็นสองแรงบวกกระแทกเข้ากับแท่งแบริเออร์ จนเปิดออกเสียงมวลชนโห่ร้องกันใหญ่
พลยิงแก๊สน้ำตา ยิงแก๊สน้ำตารอบทิศทางรถขนขยะอีกครั้งหนึ่ง เพื่อรมควันแก๊สคนขับได้ผลเหมือนเดิมคนขับทิ้งรถหนีไปอีกคน
นายจุมพล แกนนำมวลชนก่นด่าตำรวจเป็นการใหญ่
ผมอธิบายกลับไป โดยต้องการให้มวลชนได้ยินว่า <ตำรวจก็เหมือนหนังหน้าไฟ ใครมาเป็นรัฐบาลก็ใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ เพราะตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอำนาจหน้าที่กำหนดไว้ชัดเจน เมื่อปี 2553 ฝ่ายมวลชนตอนนี้เป็นรัฐบาลก็ใช้ตำรวจเป็นกันชนกับมวลชนเสื้อสี ปีนี้ฝ่ายมวลชนเสื้อสีเป็นรัฐบาลก็ใช้ตำรวจเป็นกันชนเช่นกัน มันเป็นหน้าที่ อย่าต่อว่ากันเลย แต่ที่แน่นอนที่สุด ตำรวจจะไม่ทำร้ายประชาชนเด็ดขาดจะใช้เพียงมาตรการตามหลักสากลจากเบาไปหาหนักเท่านั้น>
ต่อมาเวลาประมาณ 17.00 น. เศษ เสียงมวลชนโห่ร้องปรบมือกันใหญ่
ปรากฏว่ามีรถเกรดคันหนึ่ง วิ่งยกแผ่นเหล็กด้านหน้าขึ้น มาถึงก็หันหน้าเข้าหาแยกพล.๑ เพื่อจะผลักดันแท่งแบริเออร์ให้แยกออกจากกัน บนรถนำโดย น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือตั๊น ทราบว่าเป็น สก.เขตดุสิต มาพร้อมกับพรรคพวกบนรถอีกหลายคน
พลยิงแก๊สน้ำตา ระดมยิงรอบรถเกรดเหมือนเดิม กลุ่มควันแก๊สลอยโขมง มีคนเห็นว่า แก๊สน้ำตาลูกหนึ่งเข้าไปในช่องหน้าต่างรถที่เปิดอยู่เล็กน้อย ทั้งคนขับ คนบนรถ และ น.ส.จิตภัสร์ รีบเผ่นหนีจากรถเกรดทันที เสียงโห่ร้องของมวลชนที่ดังลั่นก็เงียบกริบ
คิดว่าจะจบ แต่ยังก่อน มีรถบรรทุกแก๊สขนาดใหญ่มาจอดอยู่ที่แยกพล.๑ ไม่รู้ว่ามีแก๊สหรือไม่ ถ้ามีแก๊สและระเบิดขึ้นมา จะเหมือนเหตุที่ทางด่วนเพชรบุรีหรือไม่ เล่นกันขนาดนี้เชียวหรือ
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















