คอลัมนิสต์

เหตุเกิดที่กระทรวงพลังงาน


21 พฤษภาคม 2026, 22:35 น.

 

<เหตุเกิดที่กระทรวงพลังงาน>

 

ตอนที่ 1

 

<ขอคืนพื้นที่>

 

 

ช่วงเวลากลางวัน ของวันที่ 17 ก.พ. 2557 ศอ.รส. โดยรองนายกรัฐมนตรีเรียกประชุมด่วน

 

สาระสำคัญคือ ให้นำกำลังพล คฝ. ไปขอพื้นที่คืน 5 แห่ง จาก ปปส. ที่ชุมนุมและยึดพื้นที่ของทางราชกางกลับคืน

 

พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 ผู้รับผิดชอบพื้นที่กระทรวงพลังงาน ที่ถูกยึด เลือกผมให้เป็นคณะทำงาน พร้อมด้วยกำลังพล คฝ. อีก 9 กองร้อย

 

มีนายตำรวจระดับ ผบก.ฯ และรองผบก.ฯ หลายนาย ร่วมปฏิบัติ

 

ระดับแกนนำผู้ชุมนุม มี 3 คนคือ น.พ.ระวี มาศฉมาดล นายทศพล แก้วทิมา นายธวัชชัย พรหมจรรย์

 

สองทุ่มเศษคืนนั้น พล.ต.ท.สุเทพ ให้คณะทำงานและผู้คุมกำลัง คฝ. ทุกนาย ไปประชุมเพื่อวางแผนร่วมกันที่ สน.บางซื่อ มี ดร.กฤษณพล ผู้ช่วยผู้ว่า ปตท. เข้าร่วมประชุมด้วย

 

ผมได้รับมอบมอบหมายให้เป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้เจรจา นำกำลังพล คฝ. 5 กองร้อยเข้าไปในกระทรวง

 

ทางด้านนอกกระทรวง มอบหมายให้ พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.ภ.จว.แห่งหนึ่ง เป็นผู้ดูแล พร้อมกำลังพล คฝ. 4 กองร้อย ทำหน้าที่คอยสนับสนุนและป้องกันมวลชนภายนอกมาสมทบ

 

 

จากข้อมูลทราบว่า ทุกประตูของกระทรวงพลังงานปิดกุญแจล่ามโซ่หมด

 

แต่มีหน่วยกำลัง 1 กองร้อยของทหารหน่วยหนึ่งอยู่ในอาคารหลังหนึ่ง ของกระทรวงพลังงานจึงได้ประสานขอความร่วมมือให้เปิดประตูด้านหนึ่งของกระทรวงที่ล่ามโซ่อยู่แต่คำตอบคือ

 

<ไม่ได้ เดี๋ยวเสียมวลชน>

 

ประชุมกันถึงเกือบเที่ยงคืนกลับไปเตรียมตัวหลับตาได้งีบหนึ่งก็ต้องไปรวมพลกันที่หน้าอาคารสโมสรตำรวจตอนตีสี่ของวันที่ 18 ก.พ. 2557 เพื่อเตรียมปฏิบัติการ

 

ชุดสืบสวน เตรียมบันไดไม้ไผ่ไว้หลายอันพร้อมอุปกรณ์ตัดเหล็กด้วยแก๊ส เวลาปฏิบัติการคือหกโมงเช้า

 

06.00 น. ตรงเวลา ฟ้าเริ่มสว่าง ขบวนกำลังพล คฝ. 9 กองร้อย เคลื่อนออกจากลานหน้าสโมสรตำรวจเข้าไปประจำจุดที่กำหนดไว้ ที่กระทรวงพลังงาน ตามแผน

 

ตำรวจชุดสืบสวนเอาบันไดไม้ไผ่พาดประตูกระทรวงพลังงานด้านในซอย ที่อยู่ติดกับถนนวิภาวดี-รังสิต ผมกับ พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รองผบก.สส.น.2 ปีนบันไดขึ้นไป

 

แต่พื้นตรงที่วางฐานบันได เป็นปูนซีเมนต์ มีความลื่นบันไดจึงไถลลาดลง

 

กำลังพลรีบเข้ามาจับผลักดันขึ้นไปใหม่และช่วยกันค้ำฐานบันไดเอาไว้

 

ผมกับ พ.ต.อ.ธัมรงค์ ปีนขึ้นไปใหม่และอยู่ด้านในกระทรวงสองคน

 

ด้านนอกก็กำลังใช้อุปกรณ์แก๊สตัดโซ่เหล็กจนขาดประตูกระทรวงเปิดออก

 

ผมสั่งให้กำลังพล 5 กองร้อยเข้าไปประจำจุดอาคารต่าง ๆ ที่วางแผนไว้

 

มวลชนที่ยึดพื้นที่กระทรวงตื่นตัวขึ้นมา

 

ให้ผู้หญิงนุ่งผ้าถุงกระโจมอก มานั่งเป็นแถวยาวซ้อนกัน เพื่อขวางทางในกระทรวงเอาไว้ส่วนพวกผู้ชายเริ่มรวมกลุ่มกัน

 

มีทหารแต่งเครื่องแบบหลายนาย ที่อยู่ในกระทรวงพลังงานและกลุ่มมวลชนพากันออกมาดูเหตุการณ์

 

ผมใช้โทรโข่งพูดกับผู้หญิงที่นั่งขวางทางและมวลชนทุกคนว่า

 

<สวัสดีครับ ผม พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท เป็นคนนำกำลังตำรวจ คฝ. เข้ามาในกระทรวงพลังงาน

 

ก่อนอื่นผมขอแสดงความรู้สึกจากใจจริงก่อน

 

ผมรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ที่ทุกท่านมายึดกระทรวงพลังงานแห่งนี้

 

เพราะเจตนารมณ์ของพวกท่านคือ ต้องการลดราคาพลังงานทุกประเภทลงไม่ว่าจะเป็นน้ำมันรถยนต์หรือแก๊สหุงต้ม
อันจะยังประโยชน์ให้คนไทยทั้งประเทศ

 

แต่ท่านมาผิดจังหวะผิดเวลาไปถ้าท่านมาในช่วงที่พวกของท่านเป็นรัฐบาลเจตนารมณ์นี้ก็คงสำเร็จ

 

เก็บรักษาเจตนารมณ์และอุดมการณ์เอาไว้นะครับ เมื่อมีโอกาสเมื่อไหร่ผมเอาใจช่วยเต็มที่ครับ>

 

ทุกคนนิ่ง เหมือนตั้งใจฟังผมพูด ผมจึงพูดต่อ

 

<พี่หมอระวีครับ คุณทศพลครับ คุณธวัชชัยครับ ผู้ชุมนุมที่รักทุกท่านครับ

 

ผมได้รับคำสั่งให้นำกำลังมาขอพื้นที่คืนทั้งหมด ถ้าทุกท่านยอมแต่โดยดีและออกไป พร้อมสิ่งของเครื่องใช้ที่ไม่ผิดกฎหมายจะไม่มีจับกุมท่านครับ

 

แต่ถ้าท่านไม่ยอมออกไปแต่โดยดี เราก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายขั้นตอนกฎหมายครับ>

 

นพ.ระวี นายทศพล นายธวัชชัย กับพวกกลุ่มหนึ่งขอเวลาผมเพื่อปรึกษาหารือกัน

 

ปรึกษากัน 2 รอบ รอบละ ประมาณ 15 นาที

 

 

ในที่สุด นพ.ระวี ผู้นำการชุมนุมออกมาบอกว่า

 

<พวกผมไม่ขอออกจากพื้นที่กระทรวงพลังงานแต่จะยอมให้จับกุมแต่โดยดี>

 

ผมตอบขอบคุณไปและบอกว่า

 

<ผมขออนุญาตแบ่งเป็น 3 กลุ่มนะครับ

 

สำหรับ นพ.ระวี คุณทศพล คุณธวัชชัย ผู้นำของพวกท่าน ผมขออนุญาตให้เกียรติ จะให้ขึ้นรถไปกับ รองผบก.ฯ คนละคันโดยไม่ใช้เครื่องพันธนาการ

 

ผู้ชายมาทางนี้ ขออนุญาตใช้เชือกพลาสติกมีเข็มขัดมัดมือหลวม ๆ ไม่ใช้กุญแจมือ

 

ส่วนผู้หญิง เราจะไม่ใช้เครื่องพันธนาการใด ๆ เราให้เกียรติ

 

และขอตรวจค้นตัวทุกคน ก่อนขึ้นรถตามระเบียบ ผู้หญิงเราจะให้ตำรวจหญิงตรวจค้นนะครับ>

 

 

ผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยมิตรไมตรี

 

ชายฉกรรจ์หนวดเคราเฟิ้ม กับผู้ชุมนุมหลายคนที่เดินเรียงแถวเพื่อขึ้นรถควบคุม ขออนุญาตกอดผม ยกมือไหว้ผม
หลายคนขอถ่ายรูปแบบเซลฟี่

 

บางคนก็พูดว่า

 

<ชอบตำรวจอย่างนี้ ชอบที่ให้โอกาส ให้ทางเลือก>

 

ผมยิ้มและพูดว่า <ขอบคุณครับ>

 

สุขใจมาก ที่งานสำเร็จ

 

ได้พื้นที่คืนทั้งหมด หลังจากที่ถูกยึดไปหลายเดือน

 

ได้ตัวผู้ชุมนุมทั้งหมด

 

ด้วยความสมัครใจ นำไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

 

ได้ของกลางที่ไม่ถูกกฎหมาย

 

มากมายหลายรายการ

 

ใช้เวลาปฏิบัติการครั้งนี้
ประมาณ สองชั่วโมงครึ่ง

 

ผมโทรศัพท์รายงาน พล.ต.ท.สุเทพ คนเดียว เพราะเข้าเวรราชองครักษ์อยู่ในวัง การรายงานผู้บังคับบัญชาหรือหน่วยเหนือก็สุดแท้แต่ท่าน

 

 

พล.ต.อ.วรพงษ์ รองผบ.ตร. โทรศัพท์มาชมเชยผมและคณะทำงาน

 

มีสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ติดตามเข้าไปทำข่าว และรายงานสดมากมาย

 

เย็นวันนั้น มีอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณราชการไปแล้ว และอยู่กับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง โทรศัพท์มาหาผมบอกว่า

 

<หมอที่คุณจับไปเมื่อเช้านั้น ประกันตัวออกมา และมาพูดเรื่องคุณในพรรคให้หลาย ๆ คนฟัง หมอบอกว่า อยากให้มีตำรวจแบบคุณเยอะ ๆ เพราะมีเหตุผลและเข้าใจสถานการณ์ดี>

 

ความสำเร็จเกิดจากความร่วมมือร่วมใจและการปฏิบัติตามแผนการที่วางไว้ของทุกคน เป็นผลงานแห่งความภาคภูมิใจร่วมกันครับ

 

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด