<ศึกแยกพล.๑>
ตอนที่ 2
<ม็อบมาแล้ว>
คฝ.ภ.จว.ชัยภูมิ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับ คฝ. บก.น.1 และ คฝ. นครปฐม ในการดูแลรักษาแยกพล.๑ เหมือนเดิม
สาย ๆ วันที่ 25 พ.ย. 2556 มวลชนเริ่มทยอยมาที่แยกพล.๑ หลายพันคน มีรถเครื่องเสียงขนาดใหญ่ บรรดาแกนนำเช่น นายจุมพล จุลใส หรือที่เรียกว่า ลูกหมี ต่างพูดโจมตีรัฐบาล พูดโจมตีตำรวจ ที่มาตั้งจุดต่อต้าอมวลชน
ฝ่ายตำรวจมี พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1, พ.ต.อ.ชูศักดิ์ เตชะรักพงษ์ รอง ผบก.น.1 กับผม ร่วมกันบัญชาการอยู่บนรถเครื่องเสียงเล็ก ๆ ของตำรวจ
ตำรวจทั้ง 3 หน่วย เข้าประจำการซ้อนแถวกันหลังแบริเออร์
แต่เนื่องจากมวลชน มีเป็นจำนวนมาก และพยายามรื้อลวดหนามหีบเพลง รื้อแท่งแบริเออร์ เพื่อจะบุกเข้าแยกพล.๑ ให้ได้
พล.ต.ท.วรพงษ์ ได้สั่งกำลังพลมาสนับสนุนอีกหลายกองร้อย นั่งเรียงรายอยู่บนถนนหน้า บช.น. ใกล้ ๆ แยกพล.๑
ผมเริ่มคิดทันที เป็นตำรวจเหมือนกันก็จริง แต่มาจากหลายภูธรภาค หลายจังหวัด ตชด. ก็มี ไม่รู้จักกัน ไม่เคยฝึกร่วมกัน ที่สำคัญสถานที่ปฏิบัติการครั้งนี้ คือเขตพื้นที่ของ บช.น. ไม่ใช่หน่วยตัวเอง จะรู้สึกรัก ผูกพัน หรือเต็มที่ ในการปฏิบัติได้อย่างไร
พอมีช่วงว่างจากการพูดตอบโต้กับแกนนำมวลชน ว่างจากการพูดอธิบายสร้างความเข้าใจกับผู้ชุมนุม ผมจะรีบหันมาพูดกับตำรวจที่มาจากหน่วยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้กำลังใจทันที
<กำลังพล ขอเสียงหน่อย>
มีเสียงใช้กระบองไม้เคาะโล่ คฝ. ดังขึ้นกระหึ่ม
ผมพูดเสียงเข้ม ดัง ๆ ผ่านเครื่องเสียงไปว่า <เพื่อนตำรวจที่รักทั้งหลาย เราทุกคนเป็นตำรวจ แต่เหมือนอยู่คนละบ้าน เช่นบ้านภูธรจังหวัดนั้น
บ้านภูธรจังหวัดนี้ แม้กระทั่งบ้าน ตชด. ก็มาถึง 2 บ้าน บช.น. ก็เป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของตำรวจ บ้านทุกหลังมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดูแล แม้ว่าเราจะไม่เคยรู้จักกัน กับบ้าน บช.น. มาก่อน แต่เขาเป็นเพื่อนบ้านของเรา เป็นเพื่อนร่วมอาชีพกับเรา เพื่อนย่อมไม่ทิ้งเพื่อน ยามเพื่อนเดือดร้อนเราก็จะช่วยเหลือเพื่อน เพื่อศักดิ์ศรีของตำรวจเรากำลังพล>
เสียงเคาะโล่ดังกึกก้องยาวนาน สะท้านสะเทือนไปทั้งแยกพล.๑ และถนนหน้า บช.น.
เป็นจิตใจที่ฮึกเหิมและห้าวหาญ พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่
กำลังพลทั้งหมดได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันยืนหลังแบริเออร์ป้องกันการบุกรุกเข้ามาของกลุ่มมวลชน
มีการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักตามหลักสากล เช่นประกาศแจ้งเตือน การใช้เครื่องเปล่งเสียง การใช้น้ำฉีด และการใช้แก๊สน้ำตาเป็นต้น
หลายครั้ง ที่ผู้ชุมนุมเอากระป๋องแก๊สน้ำตาขว้างกลับมา ผมบัญชาการอยู่ และต้องพูดตลอด จึงไม่ได้ใส่หน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาเหมือน คฝ. นายอื่น ๆ ต้องกลั้นหายใจ หลับตา ปิดจมูกด้วยมือเปล่าหายใจผ่านหนังมือตัวเอง
เรื่องปวดแสบปวดร้อน น้ำตาไหล แสบตาแสบจมูก เรื่องเล็ก เรื่องใหญ่คือ หายใจไม่ได้ หายใจเมื่อไหร่ แก๊สเข้าไปทันที
จะหนีไปไหนก็ทำไม่ได้ อายลูกน้อง ต้องอยู่บนรถแบบนั้นจนควันแก๊สจางไปกับสายลม
มีการใช้หนังสติ๊ก ยิงลูกหิน ลูกแก้ว ลูกเหล็ก น็อต ใส่ตำรวจ คฝ. ตลอดเวลา
เหตุการณ์เป็นเช่นนี้จนพลบค่ำ นายจุมพล ได้ประกาศว่า มวลชนอีกกลุ่มหนึ่ง ยึดบางกระทรวงได้แล้ว จะเอากำลังไปสมทบ ก่อนไปได้พูดฝากไว้ว่า <ต้องเจอกันอีกแน่ จะกลับมาถล่มให้หนักกว่านี้อีก>
เมื่อมวลชนสลายตัวไปกันหมดแล้ว ผมใช้เครื่องเสียงพูดขอบคุณกำลังพลทุกนาย
คืนนั้นเวลาประมาณสี่ทุ่มเศษ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร., พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้ช่วยผบ.ตร. มาตรวจเยี่ยมกำลังพลและให้กำลังใจ
ผบ.ตร. พูดกับตำรวจทุกนายว่า <เก่งมาก กล้าหาญมาก ต่อกรได้สมศักดิ์ศรี ทั้งการกระทำและคำพูด>
ผู้ช่วย ผบ.ตร. พูดว่า <สี่ทุ่มกว่าแล้ว ยังแสบตาจากแก๊สน้ำตาอยู่เลย อยู่กันได้ยังไง ชอบที่ไอยศูรย์พูดตอบโต้กับ ลูกหมี มันจริง ๆ>
ผมอดถามไม่ได้ <กล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตามทางแยก ถูกทุบถูกทำลายหมด แล้วได้ยินจากไหนครับ>
ผู้ช่วยผบ.ตร.หัวเราะพูดว่า <เจ้าหน้าที่สื่อสารไปติดตั้งไว้ ในจุดที่สามารถเห็นภาพ ได้ยินเสียง ทุกจุดที่มีม็อบในเขตนครบาลซูมภาพซูมเสียงได้หมด ไม่มีใครรู้หรอก>
ระดับ ตร. นี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ รู้เห็นเหตุการณ์ทุกจุด แบบดูการแสดงแสงสีเสียงสด ๆ เลยละ
<ผมเคยไปบรรยายหลักสูตร การบริหารงานตำรวจระดับสูง หรือ บตส. หลายรุ่น รอง ผบก.สื่อสาร ที่ไปอบรมหลักสูตร บตส. ขณะที่ผมบรรยายเหตุการณ์ถึงช่วงนี้ ได้ยกมือพูดว่าเป็นคนนำอุปกรณ์ไปติดตั้งเอง>
เมื่อผู้บังคับบัญชากลับไป คฝ. ทุกนายรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับคำชมเชย
และหลายคนตื่นเต้น ที่ได้เห็นตัวเป็น ๆ เสียงจริง ๆ ของผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















