คอลัมนิสต์

ศึกแยกพล.๑ (ตอนที่ 3)


18 พฤษภาคม 2026, 11:17 น.

 

<ศึกแยกพล.๑>

 

ตอนที่ 3

 

<ปฏิกิริยา>

 

หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2556 มวลชนยังไม่มาเยือนแยกพล.๑ แต่ตำรวจ คฝ. ต้องเฝ้ารักษาจุดแยกพล.๑ ไว้

 

วันที่ 27 พ.ย. 2556 ช่วงเช้าหลังจากกินอาหารเสร็จ คฝ. ชัยภูมิ เก็บข้าวของ ซื้อขนมนมเนยใหม่ เตรียมเอาไปฝากคนทางบ้านเหมือนเดิม ไก่ชนหงอยบ้างเล็กน้อย ลูกไก่ชน โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

คฝ. พูดคุยกันสนุกสนาน ทยอยขนของขึ้นรถ บ่ายสองโมงวันนี้ได้กลับบ้านแน่นอน

 

แต่แล้วช่วงบ่ายโมงวันนั้นเอง ก็มีคำสั่งสายฟ้าแลบจาก ตร. ให้ คฝ. ทั้งหมดอยู่ต่ออีก 3 วัน จากวันที่ 28 ถึงวันที่ 30 พ.ย. 2556

 

ความเซ็งเริ่มมาเยือน ผมพยายามพูดปลอบใจ สร้างกำลังใจกับทุกคนว่า

 

<การข่าวของ ตร. แจ้งว่า ม็อบจะมาบุกแยกพล.๑ อีก ในเร็ว ๆ นี้ ตร. เชื่อถือในฝีมือ และการปฏิบัติการของพวกเรากับเพื่อน ๆ คฝ. หน่วยอื่น ๆ
จึงขอให้อยู่ต่ออีก เพราะทุกคนมีประสบการณ์แล้ว ผมจะอยู่กับทุกคนเช่นกัน>

 

คฝ. ทุกคนเอาสัมภาระลงจากรถเข้าที่พัก แกะห่อขนมของฝากออกมา เพื่อเอาไว้กิน ไก่ชนตัวใหญ่ผูกขาไว้ ไก่ชนตัวเล็กครอบสุ่มไว้เหมือนเดิม

 

ทำหน้าที่รักษาการณ์จุดแยกพล.๑ ร่วมกับอีกหลายหน่วยที่มาเพิ่มเติมจนถึงวันที่ 30 พ.ย. 2556

 

ช่วงเช้าหลังจากกินอาหารเสร็จ คฝ. ก็เก็บข้าวของและสัมภาระทั้งหมดขึ้นรถอีกครั้ง

 

ส่วนผม ไปร่วมประชุมกับผู้บังคับบัญชา

 

หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมผมก็เริ่มรู้สึกเครียดเหมือนกันเพราะสงสารลูกน้องจริง ๆ

 

ผมเรียก ผบ.ร้อย มาพบและพูดว่า <วันพรุ่งนี้ 1 ธ.ค. 2556 ม็อบจะมาบุกแยกพล.๑ ครั้งนี้จะมีคนมากขึ้นและแรงขึ้นกว่าเดิม ตร.ให้อยู่ต่อไปอีก 3 วัน ถึงวันที่ 3 ธ.ค. 2556 ไปแจ้งให้ทุกคนทราบ ถ้าพวกเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร พูดจาเสียดสีอย่างไร อย่าไปว่าเขา ปล่อยให้ระบายให้เต็มที่
ผมจะไปอยู่ที่ริมทางเท้า ด้านหน้า บช.น. นะ>

 

ผบ.ร้อย รับคำสั่งแล้วไปแจ้งให้ทุกคนทราบ ผมได้ข่าวจากพลขับ และ ผบ.มว. บางนายว่า คฝ. ไม่พอใจคำสั่งที่ให้อยู่ต่อเพราะไม่รู้จะจบสิ้นเมื่อไหร่ทุกคนเตรียมตัวเตรียมใจมาแค่ 10 วันเท่านั้นสิ่งของเครื่องใช้เสื้อผ้าชุดชั้นในก็ไม่พอใช้

 

เช้าวันนั้น ผมดื่มกาแฟในห้องประชุมเพียงแก้วเดียว ไม่ได้กินอาหารอื่นเลย กินไม่ลง ดื่มแต่น้ำเปล่า เครียดไปกับลูกน้อง แต่ต้องแก้ปัญหาให้ได้

 

ผมนั่งพักบนเปลพับขาด ๆ ของใครก็ไม่รู้ บนทางเท้าหน้า บช.น.

 

13.30 น. ผมแจ้ง ผบ.ร้อย ให้นำกำลังทั้งหมดออกไปปฏิบัติหน้าที่ โดยผมจะชี้แจงภารกิจที่ถนนด้านหน้า บช.น.

 

เมื่อกำลังพล คฝ. มาพร้อม ผบ.ร้อย บอกทำความเคารพสั่งตามระเบียบพัก ผมมองหน้า คฝ. ช้า ๆ ทีละคน ทีละแถว แต่แทบไม่เห็นหน้าใคร ไม่รู้ว่าใครเป็นใครเพราะตาพล่าลายไปหมดแล้ว

 

ผมสูดลมหายใจลึก ๆ แรง ๆ เริ่มพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า <เพื่อนตำรวจ คฝ.ชัยภูมิ ที่รัก ผมเข้าใจท่าน ผมเห็นใจท่าน ผมรู้ว่าท่านคิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว คิดถึงคนอันเป็นที่รักคิดถึงพ่อคิดถึงแม่ คิดถึงลูกเมีย ทุกคนอยากกลับบ้าน ผมเองก็เหมือนกับท่านทุกคน

 

แต่วันพรุ่งนี้ วันที่ 1 ธ.ค. ไม่ใช่แค่วันหวยออก แต่มันจะเป็นวันแห่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี ของพวกเราอีกครั้งหนึ่ง ที่จะได้ทำหน้าที่ปกป้อง บช.น. เพื่อนของพวกเรา

 

เกียรติยศและศักดิ์ศรีครั้งนี้ มิใช่แค่เกียรติยศศักดิ์ศรีของตำรวจ คฝ. ชัยภูมิ แต่มันหมายถึง เกียรติยศศักดิ์ศรีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

ผมจะถามท่านครั้งเดียวว่า สู้หรือไม่สู้ ถ้าไม่สู้ ก็พูดออกมาเลยว่าไม่สู้ ไม่ต้องอาย ผมจะไม่ตำหนิท่าน และในการเข้าประจำจุดเพื่อทำหน้าที่นั้น
ท่านจะยกโล่ถือกระบองอย่างไร จะเข้าแถวแตกแถวหย่อนยานอย่างไร ตามสบาย ผมจะยอมรับการตำหนิจากผู้บังคับบัญชาเอง

 

และท่านจะต้องลืมวีรกรรม เมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ท่านภาคภูมิใจนักหนานั้นเสีย เพราะมันจะไม่น่าภาคภูมิใจอีกต่อไป

 

ตั้งแต่เช้ามา ผมดื่มกาแฟไปแก้วเดียวกับดื่มน้ำเปล่า ผมไม่ได้กินข้าว ไม่ได้กินอาหารอะไร มันกินไม่ลง เพราะผมเป็นห่วงพวกท่าน

 

ขอย้ำ ท่านไม่ต้องห่วงผม จงห่วงตัวเอง และตัดสินใจตอบด้วยตัวเอง>

 

ผมสูดหายใจแรง ๆ ลึก ๆ อีกครั้ง ตะเบ็งเสียงพูดเต็มที่ว่า <คฝ.ชัยภูมิ สู้หรือไม่สู้>

 

เสียง คฝ. ตะโกนดังลั่นถนนหน้า บช.น. <สู้ สู้ สู้>

 

คฝ. หน่วยอื่น ๆ ที่เพิ่งมาใหม่ พากันหันหน้ามามอง ระคนกับความสงสัยว่า เกิดอะไรขึ้น

 

พ.ต.ท.วินิจ ผบ.ร้อย ยืนน้ำตาไหล หลายคนยืนน้ำตาซึม บางคนเอามือปาดที่ตา

 

ด.ต.กะทิ พลขับ เอาข้าวกล่องมาจากไหนไม่รู้มาให้ผม บอกว่า <นายครับ กินข้าว เย็นชืดหมดแล้วครับ ผมไปบอกให้เขาฟังว่า นายก็เครียดจนกินข้าวไม่ลง ทุกคนเข้าใจนายครับ เขารักนายครับ>

 

ผมฟังแล้วก็น้ำตาคลอเช่นกัน กินข้าวช้า ๆ ยังฝืดคออยู่

 

ขนของขึ้นรถ 3 รอบ ขนของลงจากรถ 3 รอบ หวังว่าจะได้กลับบ้าน แต่ไม่ได้กลับ ย่อมมีปฏิกิริยาบ้างเป็นธรรมดา แต่หน้าที่ที่รออยู่ จะต้องสร้างความเข้าใจ และสร้างขวัญกำลังใจ รวมทั้งสร้างความฮึกเหิมให้เกิดขึ้นให้ได้

 

โชคดีที่กองร้อย <จอมพิฆาตตาดโตน> ที่ผมตั้งชื่อให้ เข้าใจและทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม จนผู้บังคับบัญชาพูดถึงในการประชุมระบบ conference กับตำรวจทุกหน่วยทั่วประเทศ

 

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาม

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด