คอลัมนิสต์

ศึกแยกพล.๑ (ตอนที่ 4)


18 พฤษภาคม 2026, 19:40 น.

 

<ศึกแยกพล.๑>

 

ตอนที่ 4

 

<พลิกแพลงกลยุทธ์>

 

วันที่ 1 ธ.ค. 2556 หลังอาหารเช้า คฝ. บก.น.1 ชัยภูมิ นครปฐม 3 หน่วย เข้าประจำจุด มีกำลังพล คฝ. หน่วยต่าง ๆ คอยสนับสนุนหมุนเวียนเปลี่ยนกำลังเข้าจุด

 

พล.ต.ต.วิชาญญวัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 เอารถขนาดใหญ่ มีราวเหล็กกั้นตามขอบซ้ายขวา พร้อมด้วยเครื่องเสียงขนาดใหญ่เสียงดังมาเป็นรถบัญชาการ

 

ก่อนมวลชนจะมา ผมก็พูดสร้างขวัญกำลังใจ และสร้างพลังศรัทธาในความเป็นตำรวจให้กับทุก คฝ. ทุกหน่วยทุกนาย

 

พอสาย ๆ มวลชนเริ่มมาชุมนุมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายพันคน รถเครื่องเสียงแกนนำไปจอดอยู่ห่างแยกพล.๑ ลึกไปตามถนนฝั่งตรงข้ามเกือบร้อยเมตร

 

นายจุมพล จุลใส หรือลูกหมี แกนนำ พูดเสียงดังใส่เครื่องขยายเสียง ยั่วยุให้มวลชนบุกเข้าทำลายลวดหนามหีบเพลง และลากแท่งแบริเออร์ออกจะบุกเข้ามาให้ได้ มีการใช้หนังสติ๊ก ยิงตำรวจ คฝ. ด้วยสารพัดกระสุนของแข็ง เพื่อเปิดแนวแต่ คฝ. ก็ปักหลักเหนียวแน่น

 

ผมได้พูดเตือนมวลชนในข้อกฎหมาย การปฏิบัติตามมาตรฐานสากลของตำรวจจากเบาไปหาหนักและความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน

 

แก๊สน้ำตาที่ คฝ. ใช้โดยการขว้างออกไป ถูกมวลชนใช้กระสอบป่านชุบน้ำคลุมเอาไว้ แล้วใส่ถุงมือหยิบออกมาขว้างกลับใส่ตำรวจ

 

แก๊สน้ำตากระจายไปทั่วบริเวณ ตำรวจ คฝ. ผู้ปฏิบัติหน้าที่ มีหน้ากากกันแก๊สน้ำตา เสียขบวนเล็กน้อยแต่ก็ตั้งหลักได้โดยเร็ว

 

บนรถบัญชาการของ คฝ. ทั้ง พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชาและผม ไม่ได้ใส่หน้ากากเพราะต้องพูดกับมวลชน และ คฝ. ตลอดเวลารับแก๊สน้ำตากันเต็ม ๆ

 

หายใจไม่ได้ เหมือนคนจมน้ำ ใช้วิธีเดิม หายใจผ่านหนังมือ บางครั้งก็ใช้ผ้าเปียกผืนเล็ก ๆ ปิดจมูก แล้วหายใจ แต่ก็มีแก๊สเข้าไปด้วยทุกครั้ง ลำคอแห้งผาก จมูกชื้น แสบจมูก แสบตา น้ำตาไหล

 

ขณะนั้น มี 2 ความรู้สึกคือ

 

1. ลงจากหลังคารถ กลั้นหายใจวิ่งไปสัก 100 เมตรเพื่อหายใจอากาศบริสุทธิ์ แต่คงไม่กล้าขึ้นไปบัญชาการบนหลังคารถอีก เพราะอายคน อายลูกน้อง

 

2. ถ้ากลั้นหายใจ และหายใจผ่านหนังมือหรือผ้าเปียกไม่ไหว ก็ให้มันตายบนหลังคารถนี้แหละ

 

ผมเลือกข้อ 2

 

แต่ทุกข์หรือสุขก็อยู่กับเราไม่นาน เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป

 

แก๊สน้ำตาเช่นเดียวกัน พอมีลมพัดผ่าน แก๊สก็กระจายหายไปหมด

 

ผมจับเคล็ดลับตรงนี้ ยืนบัญชาการบนหลังคารถ ร่วมกับ พล.ต.ท.วรพงษ์ โดยไม่ใส่หน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตาแต่อย่างใด

 

ยามย่ำค่ำ กลุ่มมวลชนก็ถอนกำลังกลับ

 

ตำรวจ คฝ. รักษาแยกพล.๑ เอาไว้ได้อีกครั้ง

 

วันต่อมา 2 ธ.ค. 2556 ตอนสาย ๆ กลุ่มมวลชนนำโดยนายจุมพล หรือลูกหมี เจ้าเดิม พากันมาอีก มีมวลชนมากกว่าเดิม กะจะเผด็จศึกให้ได้ นายจุมพลพูดต่อว่าต่อขานตำรวจเป็นการใหญ่ พร้อมทั้งยั่วยุให้มวลชน บุกเข้าไปให้ได้ แม้จะมีสิ่งกีดขวาง พวกยิงหนังสติ๊ก ก็ระดมยิงไม่หยุดยั้ง

 

พ.ต.ท.วินิจ ผบ.ร้อย คฝ.ชัยภูมิ ถูกลูกหนังสติ๊ก เป็นของแข็งอัดที่หน้าแข้ง กางเกงไม่ขาด แต่หนังและเนื้อหายไปเป็นวงประมาณเหรียญสิบบาท รอบ ๆ มีอาการบวมเป่ง

 

ผบ.ร้อย อีกนายหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็น คฝ. หน่วยใด ถูกกระสุนน็อตเหล็กยิงเสียบติดอยู่กลางหน้าผาก

 

ยันกันไปยันกันมาอยู่อย่างนั้น พอช่วงบ่าย ๆ ก็มีรถบรรทุกขยะของ กทม. ขับเข้ามาที่แยกพล.๑ ถอยหลังรถกระแทกอย่างแรงไปที่แท่งแบริเออร์ เพื่อให้เปิดช่องทางเข้า

 

พลปืนยิงแก๊สน้ำตาของหน่วย อคฝ.4 นาย ยิงแก๊สน้ำตาไปที่รถขยะรอบทิศทาง เพื่อรมควันแก๊สคนขับได้ผล คนขับรถทิ้งรถหนีเลย

 

อีกไม่นาน ก็มีรถบรรทุกขยะมาอีกคัน คันใหญ่กว่าคันเดิม ขับกระแทกรถขนขยะคันแรก รวมกันเป็นสองแรงบวกกระแทกเข้ากับแท่งแบริเออร์ จนเปิดออกเสียงมวลชนโห่ร้องกันใหญ่

 

พลยิงแก๊สน้ำตา ยิงแก๊สน้ำตารอบทิศทางรถขนขยะอีกครั้งหนึ่ง เพื่อรมควันแก๊สคนขับได้ผลเหมือนเดิมคนขับทิ้งรถหนีไปอีกคน

 

นายจุมพล แกนนำมวลชนก่นด่าตำรวจเป็นการใหญ่

 

ผมอธิบายกลับไป โดยต้องการให้มวลชนได้ยินว่า <ตำรวจก็เหมือนหนังหน้าไฟ ใครมาเป็นรัฐบาลก็ใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือ เพราะตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอำนาจหน้าที่กำหนดไว้ชัดเจน เมื่อปี 2553 ฝ่ายมวลชนตอนนี้เป็นรัฐบาลก็ใช้ตำรวจเป็นกันชนกับมวลชนเสื้อสี ปีนี้ฝ่ายมวลชนเสื้อสีเป็นรัฐบาลก็ใช้ตำรวจเป็นกันชนเช่นกัน มันเป็นหน้าที่ อย่าต่อว่ากันเลย แต่ที่แน่นอนที่สุด ตำรวจจะไม่ทำร้ายประชาชนเด็ดขาดจะใช้เพียงมาตรการตามหลักสากลจากเบาไปหาหนักเท่านั้น>

 

ต่อมาเวลาประมาณ 17.00 น. เศษ เสียงมวลชนโห่ร้องปรบมือกันใหญ่

 

ปรากฏว่ามีรถเกรดคันหนึ่ง วิ่งยกแผ่นเหล็กด้านหน้าขึ้น มาถึงก็หันหน้าเข้าหาแยกพล.๑ เพื่อจะผลักดันแท่งแบริเออร์ให้แยกออกจากกัน บนรถนำโดย น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี หรือตั๊น ทราบว่าเป็น สก.เขตดุสิต มาพร้อมกับพรรคพวกบนรถอีกหลายคน

 

พลยิงแก๊สน้ำตา ระดมยิงรอบรถเกรดเหมือนเดิม กลุ่มควันแก๊สลอยโขมง มีคนเห็นว่า แก๊สน้ำตาลูกหนึ่งเข้าไปในช่องหน้าต่างรถที่เปิดอยู่เล็กน้อย ทั้งคนขับ คนบนรถ และ น.ส.จิตภัสร์ รีบเผ่นหนีจากรถเกรดทันที เสียงโห่ร้องของมวลชนที่ดังลั่นก็เงียบกริบ

 

คิดว่าจะจบ แต่ยังก่อน มีรถบรรทุกแก๊สขนาดใหญ่มาจอดอยู่ที่แยกพล.๑ ไม่รู้ว่ามีแก๊สหรือไม่ ถ้ามีแก๊สและระเบิดขึ้นมา จะเหมือนเหตุที่ทางด่วนเพชรบุรีหรือไม่ เล่นกันขนาดนี้เชียวหรือ

 

พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

 

ข่าวในหมวดเดียวกัน

เพิ่มเติม...

การเมือง

คอลัมนิสต์

คมในความ

มหาราษฎร์ Shorts

ภาพเก่าเล่าอดีต

ไฮไลท์

ข่าวประชาสัมพันธ์

ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาล คุก

ท่องเที่ยว

ศาสนา

สุขภาพ

แวดวงนักรบ

สังคม

บทบาทบุคคล

< กลับหมวดคอลัมนิสต์

เรื่องล่าสุด