<ตำรวจ ไอติม เด็กหญิง>
ช่วงรับราชการเปรียบเสมือนผมเป็น <คนขี่เสือ>
โดนเสือขู่คำรามบ้าง โดนเสือแว้งกัดบ้าง แต่ก็สามารถเอาตัวรอดมาได้
ด้วยความทรหด ความอดทน และความเข้มแข็ง และดวงยังดี
จนเมื่อเกษียณอายุราชการ จึงเหมือนกับคนที่ <ลงจากหลังเสือ>
ลงได้อย่างปลอดภัย เพราะ เรียนรู้ที่จะอยู่กับเสือ
ทุกวันนี้ พยายามทำตัว ทำใจ สบาย ๆ
อยากไปไหน ก็ไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
อยากกินอะไร ก็กิน ถูกบ้าง แพงบ้าง ตามโอกาส

ชอบกินไอศครีมมากเป็นพิเศษ
วันหนึ่ง อากาศร้อนอบอ้าวมาก ร้อนกว่าวันที่ผ่าน ๆ มา
จึงหลบความร้อนเข้าไปอาศัยความเย็นของเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน อุดหนุนเค้าหน่อยดีกว่า เลยเข้าร้านไอศครีมชื่อดัง สั่งมาหนึ่งถ้วย
พอตักไอศครีมเข้าปากคำแรก พลันใจก็ล่องลอยไปถึงเหตุการณ์หนึ่ง เด็กหญิงคนหนึ่ง ไอศครีมถ้วยหนึ่ง ที่ไม่เคยลืมเลือน
ช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งเป็น รอง ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี
วันนั้น อากาศก็ร้อนอบอ้าวเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา
ผมแวะไปที่ร้านไอศครีมชื่อดัง ชื่อเดียวกันกับร้านที่นั่งวันนี้ อยู่ปากทางเข้าห้างสรรพสินค้า ริมถนนชยางกูร ในตัวเมือง จว.อุบลราชธานี
สั่งไอศครีมหนึ่งถ้วย ความเย็นของเครื่องปรับอากาศและรสหวานอร่อยของไอศครีมทำให้ชุ่มชื่น
ขณะที่กำลังตักไอศครีมกินอยู่นั้น สายตาของผมมองผ่านกระจกใสไปที่ไม้ยกขึ้น – ลง สำหรับกั้นให้รถเข้า – ออก ห้างฯ มีผู้หญิงนั่งอยู่ในตู้ คอยกดปุ่มบังคับไม้
เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผอม ๆ หน้าตามอมแมม เสื้อผ้าเก่า ๆ อายุประมาณหกถึงเจ็ดขวบ กำลังนั่งเล่นอยู่บนพื้นถนน อาศัยร่มเงาจากตู้ ที่มีผู้หญิงนั่งอยู่นั้น
เธอเล่นไป แต่สายตาก็มองผ่านกระจกใสร้านไอศครีมเข้ามาหลายครั้ง ผมนั่งอยู่ริมกระจกพอดี มองลึกเข้าไปในสายตาเธอ พบความซุกซนตามประสาเด็ก แต่ก็ซ่อนความหิว ความอยากกินไอศครีมเลิศรส เพียงแต่เธอ ไม่มีโอกาส
ผมถามพนักงานร้านไอศครีมว่า <เด็กผู้หญิงคนนี้เคยเข้ามากินไอติมในร้านนี้มั้ย>
พนักงานตอบว่า <ไม่เคยค่ะ>
และพูดต่ออีกว่า <เป็นลูกสาวของผู้หญิงที่อยู่ในตู้กดปุ่มบังคับไม้ค่ะ>
ผมให้พนักงานไปเรียกเธอเข้ามาพบ เธอตัวสั่น ท่าทางหวาดกลัว
ผมถามเธอว่า <อยากกินไอติมมั้ย>
เธอพยักหน้า ผมชี้ไปที่เก้าอี้ว่างโต๊ะข้าง ๆ ให้เธอนั่ง และให้พนักงานเอาเมนูให้เธอเลือกสั่งเอา
ท่าทางเธอตื่นเต้นมาก ดูรูปสวย ๆ ของไอศครีมทีละรูป ด้วยความสนใจ พลิกไปพลิกมาและมาลงเอยที่เมนู พสุธาพินาศ ซึ่งเป็นถ้วยใหญ่ที่สุด
มีไอศครีมน่าจะสิบกว่าลูก
ผมบอกพนักงานให้จัดการตามที่เธออยากกิน
เมื่อพนักงานยกไอศครีมมาถึง เธอนั่งมองอย่างตกตะลึง
มันไม่ใช่ภาพถ่ายแต่มันคือไอศครีมจริง ๆ
มุมปากเธอปรากฏรอยยิ้ม ส่งสายตามาที่ผม ด้วยแววสำนึกขอบคุณ
เธอมองไปที่ตู้ ที่แม่เธอนั่งทำงานด้วยสายตาที่มีความหมายเหมือนอยากให้แม่มากินด้วย
ผมบอกเธอ <รีบกินนะเดี๋ยวไอติมละลายหมด>
เธอละสายตาจากแม่มองดูไอศครีมแล้วยิ้มเป็นยิ้มที่มีความสุขอย่างเหลือประมาณ
ค่อย ๆ ตักไอศครีมเข้าปาก ช้อนแรก คำแรก เธอพริ้มตา แล้วทำตาโตขึ้นมา จากนั้นก็ทั้งตักทั้งจ้วงด้วยท่าทางน่ารัก น่าชัง อย่างที่สุด
เวลาผ่านไปไม่นาน ไอศครีมทั้งหมดนั้นก็เข้าไปอยู่ในท้องเธอเรียบวุธ
เธอมองมาที่ผม แล้วยิ้มแก้มปริ
ผมถามเธอว่า <อยากเอาไปฝากแม่มั้ย >
เธอยิ้มพยักหน้า
ผมจึงสั่งไอศครีมอีก 3 ลูก ใส่ถ้วยกระดาษ ให้เธอเอาไปให้แม่เธอ
เธอยกมือไหว้แล้วรีบเอาไอศครีมไปให้แม่ในตู้
แม่เธอซักถามอะไรบางอย่าง แล้วก็ยกมือไหว้มาทางร้านตรงที่ผมนั่งอยู่
วันนั้น ผมกินไอศครีมด้วยรสชาติอร่อยเริ่ด ยิ่งกว่าคำโฆษณาเสียอีก
เพราะผมกินด้วยหัวใจที่อื่มเอม หัวใจที่เต็มไปด้วยความสุข แห่งการ <ให้และแบ่งปัน>
พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท

















